ย้อนรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ วันเปื้อนเลือดที่คนไทยทุกคนไม่มีวันลืม

เชื่อว่าประเทศไทยเรามีประวัตศาสตร์อันยาวนาน ผ่านเรื่องราวเหตุการณ์ทั้งที่ดีและไม่ดีมากมาย และหนึ่งในเหตุการณ์ที่คนไทยจำฝังใจไม่มีวันลืม นั่นคือเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นั่นเอง

Continue reading “ย้อนรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ วันเปื้อนเลือดที่คนไทยทุกคนไม่มีวันลืม”

ปราบเกลี้ยง!! กรมทรัพย์สินทางปัญญายึดของก็อปปี้กว่า 2 ล้านชิ้นภายในครึ่งปี

ใครๆ ต่างก็รู้กันดีว่าของลอกเลียนแบบหรือของก็อปปี้นั้นเป็นสิ่งของที่ผิดกฎหมาย แต่ก็วายมีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสที่นำของก็อปปี้เหล่านี้มาขายในราคาที่ถูกกว่าของแท้ แต่ก็ยังแพงเกินไปอยู่ดี อีกทั้งยังเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย

Continue reading “ปราบเกลี้ยง!! กรมทรัพย์สินทางปัญญายึดของก็อปปี้กว่า 2 ล้านชิ้นภายในครึ่งปี”

“ทำเพื่อครอบครัว” สองสาวถูกจับข้อหาเต้นเปลือยผ่านโซเชียลมีเดีย

สองสาวชาวไทย ถูกตั้งข้อหาจับฐานผิด พรบ. คอมพิวเตอร์โดยการาเต้นเปลือยลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งสองสาวได้รับค่าจ้างในการกระทำนี้

.

.

สองสาวอายุ 23 ปีและ 21 ปี มารายงานตัวที่ สน. บางเขน ถูกจับในข้อหากระทำอนาจารโดยการเต้นเปลือยผ่าน Facebook Live เพื่อเรียกยอดไลค์และยอดแชร์ให้แฟนเพจเฟสบุค โดยข้อหานี้จะถูกปรับอย่างน้อย 10000 บาท และมีโทษจำคุก 5 ปี

.

ในวันที่ 23 สิงหาคม ได้มีการเผยแพร่ไลฟ์สดผ่านเฟสบุค โดยมีผู้เข้าชมมากกว่า 30000 คน โดยสองสาวดังกล่าวได้ทำการเต้นยั่วยวน เปลือยท่อนบน โดยมีเพียงแผ่นแปะปกปิดไว้ และเปลือยท่อนล่างแต่ใช้ตุ๊กตาและมือของตัวเองปิดของลับไว้เท่านั้น

.

หนึ่งในสองสาวที่กระทำความผิดกล่าวในวันให้การว่า “จะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว รู้สึกผิด เป็นผลเสียต่อสังคม และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เยาวชนด้วย” และเธอยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ที่ทำไปเพราะต้องการเงินเพื่อมาสนับสนุนครอบครัว เพราะมีแม่ที่ต้องดูแล และมีน้องที่ต้องส่งเสีย ไม่มีรายได้มากพอที่จะส่งให้กับทางบ้าน”

.

เธอแจ้งว่าเธอได้รับเงินบางครั้งเพื่อปรากฏในไลฟ์สดเฟสบุค เพื่อเรียกยอดไลค์ในโซเชียลมีเดียดังกล่าว แต่ว่าไม่เคยเต้นเปลือยมาก่อน โดยครั้งนี้เธอได้ให้ข้อมูลว่าเพจเฟสบุคที่จ้างเธอต้องการที่จะเพิ่มยอดไลค์และยอดแชร์ เธอทั้งสองจึงตัดสินใจเต้นเปลือยเพื่อเรียกยอดไลค์และยอดแชร์ให้กับเพจเฟสบุคดังกล่าว โดยเธอแจ้งว่าเธอจะได้รับค่าจ้าง 10000-90000 บาท โดยเฑอไม่ได้นึกถึงผลเสียที่จะเข้ามา นึกถึงเพียงแต่รายได้ที่จะเข้ามาเท่านั้น

.

หลังจากที่ทำการพูดคุย ทาง สน. บางเขนได้ให้ประกันตัวเป็นวงเงิน 75000 บาท และก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินคดีต่อไป

สภาเกษตร ฯ ส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ปลูกผักด้วยกระบอกไม้ไผ่

แนวโน้มอาชีพเกษตรกรของไทยลดลง

แต่ไหนแต่ไรมาผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้คือดินแดนแห่งการเกษตรเรื่อยมา เนื่องจากทรัพยากรทางดิน น้ำ และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติส่วนใหญ่ของเราต่างก็เอื้อประโยชน์แก่การเพาะปลูกทั้งสิ้น เหนือจรดใต้ต่างเต็มไปด้วยการเพาะปลูกที่แตกต่างกันออกไป ทั้งข้าว ผลไม้ หรือพืชสวนอื่น ๆ ร่วมถึงการปลูกผักด้วย แต่มาในระยะหลัง ๆ เริ่มมีปัญหาหลายอย่างที่เกษตรกรพบเจอและมีผลต่อการสร้างผลผลิต จนทำให้เกิดการลดจำนวนลงของผู้ที่เป็นเกษตรกรเป็นอย่างมาก จนสร้างความวิตกกังวลให้แก่สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นอย่างมากในเรื่องของการขาดแคลนจำนวนของแรงงานรวมถึงคนรุ่นใหม่ที่จะสามารถสืบทอดความรู้และคงไว้ซึ่งการทำการเกษตรของไทย จึงกลายเป็นที่มาให้เกิดโครงการเสริมสร้างยุวเกษตรกรขึ้นมา จุดประสงค์เพื่ออบรมให้ความรู้ทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติต่อเยาวชน หรือเกษตรกรรุ่นใหม่ ๆ ถึงเรื่องของการปลูกผัก โดยเรื่องที่น่าให้ความสนใจและสนับสนุนตอนนี้นั่นคือ การปลูกผักโดยไร้ดิน หรือ การปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์นั่นเอง

ปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ เริ่มที่นักเรียนเพื่อขยายไปยังครอบครัวและชุมชน

ทางผู้อำนวยการโรงเรียนบัวเจริญวิทยา ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ เล็งเห็นเรื่องการให้ความรู้เรื่องของการปลูกพืชปลูกผักต่อนักเรียน เพื่อให้มีความรู้สามารถสร้างเป็นรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ จึงอยากฝึกอบรมให้ความรู้และชี้แนวทางให้แก่เด็ก ๆ โดยรูปแบบของการปลูกผักที่ทาง ผอ. และโรงเรียนให้ความสนใจก็คือการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ หรือ ปลูกผักไร้ดินอย่างที่ได้กล่าวไป เพราะมองว่าการปลูกผักด้วยวิธีนี้สามารถลดจำนวนพื้นที่ปลูกได้ ลดค่าแรงงานได้ ใช้น้ำน้อย แต่สามารถให้ผลผลิตที่ดี จากการที่สามารถควบคุมการให้ธาตุอาหาร และ ควบคุมการเกิดโรคง่ายนั่นเอง ทางสภาเกษตรกรแห่งชาติจึงผสานไปยังสำนักงานสภาเกษตร ฯ จ.ศรีสะเกษ เข้าให้ความรู้และคำแนะนำต่อนักเรียนโรงเรียนดังกล่าว ซึ่งทั้งนี้การปลูกผักไฮโดรโปนิกส์อาจมีค่าใช้จ่ายสูงในส่วนของอุปกรณ์การปลูก จึงเห็นควรให้ใช้ไม่ไผ่วัสดุธรรมชาติใกล้ตัวซึ่งหาได้ในท้องถิ่นมาเป็นภาชนะปลูกแทน อย่างไรก็ตามโครงการสร้างเสริมยุวเกษตรให้ปลูกผักไร้ดินเช่นนี้ถือเป็นโครงการที่ดีมาก ๆ เพราะความรู้ที่ได้ทดลองทำสามารถนำไปเผยแผ่สู้ครอบครัวและชุมชน รวมถึงต่อคนรุ่นใหม่อื่น ๆ ให้หันมาสนใจทำการเกษตรปลูกผักอีกด้วย เนื่องจากเป็นรูปแบบของการเกษตรที่มีความก้าวหน้าและทันสมัยมากขึ้น ตรงตามวิถีชีวิตของผู้คนในปัจจุบันกว่าเดิม

5 เหตุผลที่ “สยาม” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาล

ไม่มีคนไทยที่ไหนที่จะไม่รู้จักย่านการค้ากลางกรุงชื่อดังอย่างย่าน “สยาม” โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน ต้องเคยมาเดินที่นี่อย่างแน่นอน

.

.

และหลายๆ คนก็คงจะสงสัยกันว่า เพราะอะไรย่านนี้ถึงเป็นที่นิยมมากนักในหมู่วัยรุ่น คนวัยทำงาน หรือแม้กระทั่งคนสูงวัย ที่ชอบใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนฝูงในย่านย่านนี้ เรามาดู 5 เหตุผลที่ “สยาม” เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาล กันดีกว่า

.

1. อาหาร

ที่สยามแห่งนี้ มีแหล่งอาหารมากมายทั้งราคาถูกไปจนถึงราคาแพง อีกทั้งยังมีอาหารไทยและต่างชาติให้เลือกมากมาย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมใครๆ ก็ชื่นชอบที่จะมาพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงที่นี่ หรือแม้กระทั่งออกมาเลี้ยงฉลองกับครอบครัว

.

2. แฟชั่นจากดีไซเนอร์คนไทย

เรียกได้ว่าที่สยามแห่งนี้ เป็นแหล่งรวมแฟชั่นของเมืองไทยเลยก็ว่าได้ อีกทั้งแหล่งช็อปปิ้งจากศูนย์การค้าแห่งนี้ก็ยังมีการนำเสนอแฟชั่นจากดีไซเนอร์คนไทย ที่มีฝีมือเจ๋งๆ หลากหลายคน อีกทั้งคุณยังสามารถแอบดูแฟชั่นของเหล่าวัยรุ่น และขาช็อปจากที่นี่ได้อย่างไม่ยากเลยล่ะ

.

3. งานออกแบบสร้างสรรค์อยู่ทั่วทุกมุมถนน

ที่สยามแห่งนี้มีงานศิลปะ และงานออกแบบที่ถูกสร้างออกมาผ่านความคิดสร้างสรรค์อยู่ทั่วไปกระจัดกระจายอยู่ทั้งภายในห้างสรรพสินค้า ไม่เว้นแม้แต่ด้านนอก รวมทั้งร้านค้า หรือพื้นที่ใช้สอยส่วนรวมอื่นๆ ก็ยังคงถูกตกแต่งไปด้วยงานศิลปะมากมายไว้ให้นักท่องเที่ยวและผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาได้แวะถ่ายรูปกัน

.

4. แหล่งช็อปปิ้งอันดับหนึ่งของเมืองไทย

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าที่สยามแห่งนี้นั้นเป็นแหล่งช็อปปิ้งอันดับหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีทั้งร้านเสื้อผ้า อาหาร ข้าวของเครื่องใช้แบรนด์เนม และบริการต่างๆ มากมาย หากคุณอยากได้อะไร เพียงแค่มาเดินที่นี่ ก็จะได้ครบทุกอย่างตามที่ต้องการ

.

5. เป็นอะไรมากกว่าแหล่งช็อปปิ้ง

สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่มากกว่าแหล่งช็อปปิ้งจริงๆ เพราะคุณสามารถมองเห็นไลฟ์สไตล์และวิถีการใช้ชีวิต ที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าแก่การมาเที่ยวชมมากๆ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย และบริการต่างๆ อย่างครบครัน ไม่เพียงแต่การขายของหรือการช็อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีมากไปกว่านั้นที่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวเอง

 

 

สกว. ร่วมมือ กยท. สร้างแนวทางวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่ายางพารา

อุตสาหกรรมยางพารา สินค้าหลักสร้างรายได้ชาวใต้

หากพูดถึงการเกษตรของภาคใต้คงไม่พ้นเรื่องของการผลิตและจำหน่ายสินค้าอย่างยางพารา ที่เป็นช่องทางของการสร้างรายได้หลัก ๆ อีกหนึ่งช่องทางของชาวใต้เลยก็ว่าได้ แต่ยางพาราเองก็เหมือน ๆ กับสินค้าทางการเกษตรอื่น ๆ เช่นกัน ในส่วนของราคาที่มีข่าวออกมาให้เราได้อ่านได้ฟังกันอยู่ทุก ๆ ปี ถึงเรื่องของราคายางพาราตกต่ำทำให้ชาวสวนยางขาดทุน เรื่องของผลผลิตน้ำยางมากเกินไป น้อยเกินไป หรือเรื่องของน้ำยางที่ด้อยคุณภาพ ส่งผลกระทบไปยังภาคของอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราไปด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าส่งผลกระทบกันเป็นทอด ๆ สรุปก็คือทำให้มีผลกระทบต่อรายได้นั่นเอง ปัญหาที่วนลูปเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ก็มีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามหาวิธีแก้ไขกันมาอยู่ตลอดอย่างต่อเนื่องด้วยหลากหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งนอกจากการดูแลบำรุงต้นยางให้ดีเพื่อแก้ปัญหาเรื่องของคุณภาพแล้ว อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เห็นตรงกันในส่วนของรายได้นั่นคือ การเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้ายางพารานั่นเอง โดยตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา ทางสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยหรือ สกว. ได้ดำเนินการให้ความร่วมมือสนับสนุนเรื่องของการวิจัยยางพารามาโดยสม่ำเสมอ และในช่วง  4 – 5 ปี ที่ผ่านมา ทั้งสกว. คอบช. (องค์กรบริหารงานวิจัยแห่งชาติ) และ วช. (สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ) ได้มีความรู้จนก่อการพัฒนานวัตกรรมอันเป็นโยชน์มากมายจากการทำวิจัยที่พุ่งเป้าโดยตรง

สร้างเครือข่ายจัดทำยุทธศาสตร์การวิจัยยางพารา พ.ศ. 2560 – 2564

                เนื่องจากราคาของสินค้าแปรรูปจากยางพาราของไทยที่จะสามารถช่วยสร้างรายได้มีเพียงแค่ไม่ถึง 20% เท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยของเราสามารถผลิตน้ำยางพาราได้จำนวนมากแท้ ๆ แต่เพราะจากผลผลิต 100% เราเลือกขายเป็นน้ำยางสด ๆ ไปเลยถึง 80% ซึ่งราคาของน้ำยาง จะถูกกว่าแบบที่แปรรูปแล้ว ฉะนั้นการคิดเพิ่มมูลค่าให้แก่ยางพาราจึงต้องไปในรูปแบบของสินค้าแปรรูปแล้ว ทาง กยท.หรือการยางแห่งประเทศไทยจึงร่วมลงนาม การวิจัยเพื่ออุตสาหกรรมยางพาราไทย กับ สกว. จุดประสงค์เพื่อทำการวิจัยนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะสามารถช่วยเรื่องของอุตสาหกรรมการแปรรูปยางพาราให้มีประสิทธิภาพ เกิดสินค้าทางยางพาราแปลกใหม่ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยแผนยุทธศาสตร์การวิจัยนี้จะเป็นช่องทางความสะดวกของการลงทุน ศึกษาเรื่องความคงทนของยาง ศึกษาในเรื่องของการตลาดด้านอุตสาหกรรมด้านการนำยางพาราไปใช้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ในประเทศไทยนำยางพาราไปใช้ในทุกภาคส่วนมากกว่าเดิมด้วย การร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นการริเริ่มต่อยอดสร้างเครือข่ายเพื่อช่วยแก้ปัญหายางพาราของไทยนั่นเอง

นาซาทดสอบเครื่องบินเจ็ทด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพเห็นผล ลดมลพิษได้ถึง 70%

เครื่องจักรกลตัวก่อมลพิษต่อภาพแวดล้อม

                ปัญหาของมลพิษและมลภาวะในอากาศ ในสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีมากขึ้น ๆ ในทุก ๆ ปี เป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกต่างก็ตระหนักกันดีและรับรู้ได้ถึงผลกระทบที่กำลังตามมาหลายอย่างในรูปแบบของภัยธรรมชาติ ทั้ง ภัยแล้ง ภัยน้ำท่วม และอื่น ๆ ซึ่งเราเรียกปัญหาทางธรรมชาติเหล่านี้โดยรวมว่า ปัญหาโลกร้อน เป็นปัญหาที่เกิดมาจากฝีมือมนุษย์ทั้งสิ้น จากการคิดค้นนวัตกรรมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอนั่นเอง โดยเฉพาะกับสิ่งประดิษฐ์ประเภทเครื่องจักรกลต่าง ๆ ทั้งที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมในโรงงาน หรือในแบบที่ใช้ขับเคลื่อน อย่างพวกรถ และเครื่องบิน ที่นับว่าใช้พลังงานที่มากในการขับเคลื่อนแล้ว ยังปล่อยพลังงานไม่ได้หรือที่เรารู้กันดีว่าเป็นมลพิษออกมาเป็นจำนวนมากอีกด้วย จะเห็นได้จากปริมาณของรถที่ใช้กันในแต่ละวัน รวมถึงการใช้เครื่องบินทางพาณิชย์ และเครื่องบินทางการฝึกหรือทดสอบต่าง ๆ นานา เป็นต้น เมื่อผลกระทบนี้มาจากวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าของเทคโนโลยี ก็ต้องร่วมกันหาทางแก้ไขด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน นำโดยนาซาในเรื่องของการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพต่อการขับเคลื่อนของเครื่องบินเจ็ท เพื่อหวังลดมลพิษทางอากาศ

ประสบผลสำเร็จเมื่อเครื่องบินเจ็ท บินด้วยเชื้อเพลิงชีวภาพแล้วลดมลพิษได้

                หลังจากที่องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐอเมริกา ร่วมมือกับองค์การจากทางเยอรมนีและแคนาดา ได้วิจัยถึงการนำเชื้อเพลิงชีวภาพที่ได้จากกระบวนการและกรดไขมัน ซึ่งผลิตมาจากพืชน้ำมันคาเมไลนา ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือก มาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดสอบการบินของเครื่องบินเจ็ท DC-8 โดยแบ่งเป็นใช้เชื้อเพลิงชีวภาพครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้ปกติทั่วไป โดยมีเครื่องวิจัยอีก  3 ลำบินตามเพื่อเก็บข้อมูลและวัดปริมาณการปลดปล่อยไอเสียของการเผาไหม้ การทดสอบระดับความสูงของเครื่อง DC-8 อยู่ที่ 40,000 ฟุต ผลการทดสอบและวิจัยออกมาปรากฏว่าเชื้อเพลิงชีวภาพที่ถูกเผาไหม้ใช้เป็นพลังงานการบินครั้งนี้พบว่าเขม่าที่พ่นออกมานั้นก่อให้เกิดการสร้างคอนเทรลน้อยลงจากเดิม ซึ่งคอนเทรลคือตัวการหลักอย่างหนึ่งต่อการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้สามารถลดมลพิษไปได้ถึง 50 – 70% เลยทีเดียว การทดสอบนี้เป็นทางเลือกที่ดีของการนำไปพัฒนาใช้กับเครื่องบินเชิงพาณิชย์ได้ในอนาคต เพราะระดับการบินที่ใช้ทดสอบเองก็เป็นระดับเดียวกัน หากภายภาคหน้าเครื่องบินต่าง ๆ สามารถใช้เชื้อเพลิงชีวภาพดังกล่าวในการขับเคลื่อนได้ ก็จะสามารถช่วยลดมลพิษทางอากาศและส่งผลให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นได้เช่นกัน

อิตาลี ครองแชมป์ประชากรสุขภาพดีที่สุดในโลกในปี 2017

อิตาลี สุขภาพดีจนต้องยกให้เป็นอันดับ 1

หากจะพูดถึงเรื่องของความสุข ใคร ๆ ก็อยากให้ประเทศของตัวเองได้ติดอันดับต้น ๆ เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกกันทั้งนั้น แต่การที่จะมาเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกได้นั้นก็ต้องวัดจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ อาการการกิน การดำรงชีวิต และสิ่งแวดล้อม หากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลดีก็จะทำให้ประชากรที่อยู่อาศัยมีสุขภาพดีไปด้วย จากการสำรวจล่าสุดจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่าประเทศอิตาลีเป็นประเทศที่มีความสุดที่สุดในโลกในปี 2017 จาก 163 ประเทศทั่วโลก รองลงมาได้แก่ประเทศไอซ์แลนด์และประเทศสวิซเซอร์แลนด์ โดยการสำรวจดัชนีสุขภาพนี้วัดจากปัจจัยในหลาย ๆ ด้วยกัน ได้แก่ อายุขัยเฉลี่ย สาเหตุของการเสียชีวิต และปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาพที่ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ พบว่าประชากรในประเทศอิตาลีนั้นมีการกินอยู่ที่ดี เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น น้ำมันมะกอก ปลา และผักผลไม้ต่าง ๆ จนทำให้มีอายุยืนยาวมากกว่าประเทศอื่น ๆ รวมถึงผู้สูงอายุในช่วงอายุ 80 – 89 ปี ก็ยังมีการใส่ใจในการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอยู่ จึงทำให้ประชากรในอิตาลีกินดี อยู่ดี และมีความสุขมากที่สุดในโลกนั่นเอง

ปัญหาเรื่องสุขภาพรุมเร้า สุขภาพจิตแย่

ในขณะที่ประเทศอื่่น ๆ มีการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพใจจนไต่อันดับดีขึ้นมาเรื่อย ๆ แต่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกากลับต้องรุมเร้ากับปัญหาโรคอ้วน จนกลายเป็นประเทศที่มีน้ำหนักตัวมากที่สุดในโลกจากการรับประทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง และโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีกมากมายจนทำให้สุขภาพจิตย่ำแย่ลงไปด้วย ซึ่งในการจัดอันดับประชากรที่มีความสุขที่สุดในโลกครั้งนี้ทำให้สหรัฐ ฯ อยู่ในอันดับที่ 34 จากการสำรวจประชากรที่มีความสุขทั่วโลกนั่นเอง จะเห็นได้ว่าประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกมีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ถ้าใครอยากให้ประเทศของตนเองมีความสุขที่สุดในโลกก็ต้องเริ่มจากตัวเองก่อนเป็นดับแรก โดยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพราะเมื่อมีสุขภาพกายที่ดีก็จะไม่มีโรคภัยมาเยือน และจะทำให้ตนเองมีความสุข เมื่อทุกคนมีความสุขก็จะกลายเป็นประเทศที่มีความสุข ไม่แน่ว่าการจัดอันดับในครั้งต่อไปประเทศของคุณอาจจะได้เป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกก็ได้

 

ฟิวเจอร์เรียม (Fusarium) ก้าวใหม่ของประเทศไทย

พิพิธภัณฑ์แห่งการเตรียมกำลังคนของอนาคต

เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเป็นที่สุด เมื่อองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผุดโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ ในชื่อ ฟิวเจอร์เรียม (Fusarium) เพื่อเตรียมกำลังคนของอนาคตประเทศไทย โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และนำไทยก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง สู่ประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและรายได้ที่สูงขึ้น

ฟิวเจอร์เรียม มีอะไร

ฟิวเจอร์เรียม จะเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องราวในอนาคตและทักษะที่เราจำเป็นต้องมีในศตวรรษที่ 21 โดยภายในจะแบ่งการจัดแสดงนิทรรศการออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มนิทรรศการ “สู่โลกนวัตกรรม” ซึ่งมี 8 แกลเลอรี่ ประกอบด้วยเรื่อง การคมนาคมและการขนส่ง หุ่นยนต์ – ระบบอัตโนมัติ จัดการภัยพิบัติ พลังงานทางเลือก การเกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ/นาโนเทคโนโลยี อวกาศและการบิน และนวัตกรรมไทย : เพื่อเมืองไทยที่ดีขึ้น ส่วนนิทรรศการอีกกลุ่มคือ “อาชีพด้านวิทยาศาสตร์” มี 3 แกลเลอรี่ ซึ่งนำเสนอการค้นพบแนวทางอาชีพ แนะแนวอาชีพและทดลองปฎิบัติอาชีพ โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำและทดสอบ เพื่อให้ผู้เข้าชมโดยเฉพาะเด็ก ๆ ได้รู้ว่าตนเหมาะสมกับอาชีพใด และจะเตรียมตัวอย่างไรเพื่อเดินไปตามความฝันของตนเอง

ก่อแรงบันดาลใจ สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและเห็นเส้นทางอาชีพสายวิทยาศาสตร์

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จึงเหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนซึ่งกำลังจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติควรได้มาเรียนรู้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการอยากเรียนรู้วิทยาศาสตร์ พัฒนากระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ จนนำไปสู่การสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ให้กับประเทศ ตลอดจนการอยากประกอบอาชีพในสายวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกำลังคนที่ประเทศชาติต้องการและขาดแคลนอย่างหนัก นอกจากนี้ อพวช. ยังสร้างโมเดลใหม่ในการดึงภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดแสดงนิทรรศการหรือกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์ได้ตรงตามเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งโมเดลนี้เป็นการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้มองเห็นเส้นทางอาชีพ ภาคเอกชนเองก็จะได้ดึงดูดคนให้อยากมาร่วมทำงานในอุตสาหกรรมของตนอีกด้วย

เสริมแกร่งย่านการเรียนรู้     

ฟิวเจอร์เรียม จะสร้างขึ้นบนพื้นที่ 51 ไร่ เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งที่ 5 ของ อพวช. ที่ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งในบริเวณใกล้เคียงกันยังมีแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ เช่น ท้องฟ้าจำลอง หออัครศิลปิน หอจดหมายเหตุ พิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยา และพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติ หากฟิวเจอร์เรียมเกิดขึ้นก็จะเสริมความแข็งแกร่งให้บริเวณดังกล่าวให้เหมาะสมเป็นย่านแห่งการเรียนรู้ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

สหรัฐ ฯ เอาจริง สั่งห้ามสายการบินอาหรับนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่อง

9 สายการบินอาหรับที่ห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่อง

จากเหตุการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นกับสายการบินของอียิปต์ เมื่อปี 2015 และสายการบินของโซมาเลียในปี 2016 โดยการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นตัวก่อชนวนในการจุดระเบิด สหรัฐจึงประกาศใช้มาตรการความมั่นคงสั่งห้ามไม่ให้ 9 สายการบินจาก 8 ประเทศ นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ซึ่งมีผลประกาศใช้เมื่อวันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ได้แก่สายการบิน 1. รอยัลจอร์แดนเนียน 2. อียิปต์แอร์ 3. เตอร์กิชแอร์ไลน์ส 4. ซาอุดีอาระเบียนแอร์ไลน์ส 5. คูเวตแอร์เวย์ส 6. รอยัลแอร์มารอค 7. กาตาร์แอร์เวย์ส 8. เอมิเรตส์ และ 9. เอทิฮัดแอร์เวย์ส โดยห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำพวก แท็บเล็ต, คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก, หนังสืออีบุ๊ค และกล้องถ่ายรูปขึ้นไปบนห้องโดยสาร หากต้องการนำไปจะต้องโหลดอุปกรณ์ไว้ในใต้เครื่องเท่านั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการก่อการร้ายขึ้นอีก

ผลเสียที่ตามมาจากการห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่อง

จากการประกาศใช้มาตรการความมั่นคงสั่งห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่องบินโดยสาร ทำให้เกิดเสียงวิพากย์วิจารย์ขึ้นว่าไอเจ้ามาตรการความปลอดภัยนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการก่อการร้ายได้อย่างไร เพราะเมื่อเอาเข้าจริงแล้วมาตรการนี้ส่งผลให้เกิดความล่าช้าต่อการบินในแต่ละครั้งและยังส่งผลเสียต่อผู้โดยสารเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้โดยสารในชั้นธุรกิจที่จะต้องมีการใช้คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทำงานระหว่างเดินทาง จึงทำให้ผู้โดยสารส่วนมากเกิดความลังเลใจว่าควรจะการเลือกสายการบินใหม่ที่สามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ขึ้นเครื่องได้ตามปกติดีไหม เพราะหากมีการห้ามไม่ให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ขึ้นเครื่องก็จะส่งผลเสียต่อผู้โดยสารชั้นธุรกิจที่จำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในการทำงานระหว่างบินด้วย เห็นทีว่ามาตรการความมั่นคงนี้จะส่งทั้งผลดีและผลเสียตามมาพอ ๆ กัน แต่อย่างไรก็ตามเรื่องความปลอดภัยนั้นก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะต้องมีการเฝ้าระวังอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการก่อการร้ายขึ้นอีก และยังเป็นการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับแก่ผู้โดยสารอีกด้วย