ใครใครก็ชอบเที่ยว มาหนีความวุ่นวาย ไปหายใจเต็มปอด กับขุมทรัพย์งดงามที่ธรรมชาติมอบให้

                ความเหนื่อยล้าจากการทำงานที่มากมายในแต่ละเดือน สิ่งที่จะชดเชยเวลาและสร้างความสดชื่นสดใสกลับคืนมาในชีวิต ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลาพักร้อนและออกเดินทางท่องเที่ยวไปไกล ๆ ด้วยความหลากหลายในรูปแบบของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่เฉพาะในประเทศไทย ก็มีมากถึง 12 ประเภทเลยทีเดียว จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มีการแบ่งแหล่งการท่องเที่ยวตามความสำคัญและสภาพแวดล้อม ทำให้การท่องเที่ยวแต่ละประเภทนั้นมีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เลือกเที่ยวตามความชอบ แต่โดยส่วนมากแล้วการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมคงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติ การได้หลีกหนีจากสภาพความวุ่นวายในเมืองที่มีแต่ตึกสูงใหญ่ แล้วมาพบกับพลังแห่งธรรมชาติ จึงเป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่เข้าใจถึงความงดงาม เสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ธรรมชาติมอบให้นี้

การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (Nature Based Tourism) นี่เอง เป็นไฮไลท์ของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนจากทั่วโลกในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือ Ecotourism ที่คุ้นหูกันดี คือการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติตามท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวนี้ก็มักจะมีความชื่นชอบกับการท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติที่ผสมผสานไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นนั่นเอง หรือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (Marine Ecotourism) ที่ไม่เพียงชาวต่างชาติชื่นชอบ คนไทยด้วยกันก็นิยมพาครอบครัวไปเที่ยวกัน อย่างเช่น การไปชมแหล่งธรรมชาติทางทะเล เช่น ป่าโกงกาง หมู่บ้านชาวเล หรือ ดำน้ำดูปะการังและปลาต่าง ๆ และอีกรูปแบบที่มีความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) เช่น การท่องเที่ยวไปชมการทำสวนเกษตร ชมฟาร์มเห็ด ฟาร์มแกะ หรือทุ่งดอกไม้ เหล่านี้ก็กลายเป็นเทรนด์ให้คนรักธรรมชาติได้เลือกไปเที่ยวพักผ่อนได้อย่างดี

การเตรียมตัวไปเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในแบบสร้างสรรค์

การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจและความสุขใจ คงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนหลงใหลและใฝ่ฝันถึง การวางแผนการท่องเที่ยวจึงเป็นส่วนสำคัญมากเช่นกัน ในการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลัง ดังนั้นในการเตรียมตัวสู่การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ การเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี ไม่รังแกธรรมชาติ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมทาง ก็เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรคำนึงถึง ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การวางแผนการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ เช่น การใช้รถไฮบริดที่ใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือเช่าจักรยานปั่นแทนมอเตอร์ไซต์ การเลือกที่พักที่ใส่ใจธรรมชาติและแม้กระทั่งการปิดไฟปิดแอร์ทุกครั้งที่ออกจากห้องพัก วิธีเลือกและการวางแผนเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง ที่ช่วยทำให้การท่องเที่ยวสามารถสร้างความสุขใจให้เกิดขึ้นได้จริง ๆ

 

ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ กับชีวิตติด Co-Working Space เข้างานเมื่อตื่น เลิกงานเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อความสะดวกสบายเขยิบเข้ามาใกล้กับชีวิตเราในทุกด้าน เพียงแค่หยิบมือถือหรือโน๊ตบุ๊คขึ้นมาทำงานที่ได้รับมอบหมาย การเข้างานแปดโมงเลิกงานห้าโมงเย็น ก็แทบจะเป็นวิถีชีวิตแบบเก่าที่ไม่มีใครทำไปซะแล้ว คนรุ่นใหม่ต้องการอะไรที่ตอบโจทย์ความสบายมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งการฉีกกฎของเวลาการเข้างาน นั่นจึงทำให้เกิด Co-working space ขึ้นเป็นดอกเห็ดในสังคมเมืองหลวงของประเทศไทย จากข้อมูลของภาควิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2558 จำนวนธุรกิจ Co-Working Space เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีมากกว่า 40 แห่ง และในปัจจุบันก็น่าจะมีมากกว่าร้อยแห่งแล้ว นี่เป็นจำนวนที่บ่งบอกว่า ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมีอิสระในการทำงาน ที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ที่เป็นออฟฟิศหลักมากขึ้นเรื่อย ๆ

ศูนย์รวมของคนที่ใช่ แหล่งค้นพบมิตรภาพใหม่ ๆ

เมื่อสถานที่อย่าง Co-Working space ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องของสถานที่ทำงานนอกออฟฟิศ แต่อาจสร้างโอกาสในการพบเจอกับเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน หรือทำธุรกิจที่เสริมกันได้ ก็อาจเป็นประโยชน์อีกด้าน ที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบการเข้ามานั่งทำงานในพื้นที่ทำงานร่วมกันนี้ เพราะลักษณะของกลุ่มผู้ใช้บริการ Co-Working space คือกลุ่มคนที่สามารถบริหารจัดการเวลาของตัวเองได้ ไม่โดนบังคับการเข้างาน หรือมีความยืดหยุ่นในการทำงานนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนมากจึงเป็นกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอิสระ อย่าง Startup หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจและมีความริเริ่มที่จะลงมือสร้างกิจการของตนเอง กลุ่มคนประเภทนี้มักจะใช้เวลาอยู่ที่ Co-Working space นานมาก เพราะต้องการพื้นที่ในการระดมความคิด นัดเจอกลุ่มเพื่อนที่ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือนัดพบที่ปรึกษาของตน เพื่อพัฒนาไอเดียทางด้านธุรกิจกันอย่างเข้มข้น หรืออย่าง กลุ่มคนทำงานฟรีแลนซ์ ก็มักมาเป็นลูกค้าประจำ เพราะนอกจากพื้นที่ในการทำงานที่มีให้แล้ว Co-Working space บางแห่ง ก็มีบริการที่ครบถ้วน คือ มีตั้งแต่ อาหารเช้า ไปจนถึง อาหารค่ำ น้ำ นม ขนม มีพร้อม เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันไปได้ยาว ๆ จนกว่างานจะเสร็จได้เลย

รูปแบบและแนวทางของธุรกิจ Co-Working space จึงเรียกได้ว่าก่อตั้งมาตอบรับกระแสและอาชีพของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การขยายตัวของธุรกิจนี้ ก็ทำให้เกิดการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจขึ้นมากเช่นกัน ทำให้แต่ละแห่งต้องมีการลงทุนในการตกแต่งสถานที่เพื่อดึงดูดลูกค้า หรือจัดโปรโมชั่นลดราคากันมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักความอิสระในการทำงานนั่นเอง

 

ของเล่นยุคใหม่ การลงทุนของพ่อแม่ กับความแน่ใจในความคุ้มค่า ที่มาพร้อมกับการเสริมทักษะของลูก

เมื่อถึงวัยพัฒนาการของลูก ๆ คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองต่างก็มองหาของเล่น ที่จะมาเสริมสร้างการพัฒนาสมองของลูกให้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด จึงเป็นเหตุให้มีงานเทศกาลของเล่นเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก เช่น เทศกาลของเล่นนิวยอร์ก หรือในประเทศไทย เช่น งาน Thailand Toy Expo 2018 (ไทยแลนด์ ทอย เอ็กซ์โป 2018) งานมหกรรมแสดงของเล่นนานาชาติ ที่เพิ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าใจกลางกทม. ที่มีของเล่นใหม่ ๆ มาให้พ่อแม่เลือกชมและต่อยอดไอเดียบรรเจิดในการพัฒนาทักษะของลูก ๆ ไปสู่ความสามารถและทักษะที่ดีเพื่ออนาคตของพวกเค้า และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล และการผลักดันความสามารถของเด็ก ๆ ไปสู่ความเป็นอัจฉริยะในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และด้านต่าง ๆ อีกมาก รวมไปถึงความฉลาดทางด้านอารมณ์ ก็ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่นี้ ต้องทำการบ้านอย่างดี กับการลงทุนซื้อของเล่นแต่ละชิ้น เพื่อสนับสนุนความสามารถของลูก ๆ ในอนาคต

ทักษะในศตวรรษที่ 21 คือ การบ้านของพ่อแม่ และเป้าหมายของการเรียนรู้ของเด็ก ๆ

ทักษะที่กล่าวถึงกันอย่างมากว่าเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นของเด็กยุคใหม่ ที่ต้องได้รับการพัฒนา เรียนรู้และปูทางสู่ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ คือ ด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ด้านการสื่อสาร (Communication) และด้านความร่วมมือกัน (Collaboration) ดังนั้นการบ้านของคุณพ่อคุณแม่ก็คือการจะส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านเหล่านี้ให้กับลูก ๆ ได้อย่างไรและด้วยวิธีใด จึงจะทำให้ลูกมีพื้นฐานที่ดีเพื่อการเติบโตขึ้นในสังคมยุคนี้ได้อย่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ของเล่นจึงเป็นตัวช่วยที่จำเป็นต้องเสาะหามาให้ลูก ๆ นั่นเอง

ของเล่นเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กในยุคนี้ มีวิวัฒนาการที่อิงกับเทคโนโลยีอย่างที่ไม่คิดว่าจะนำมาผสมผสานกันได้ เช่น ของเล่นที่ชื่อว่า PleIQ (เพลย์ ไอคิว) ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality หรือ เทคโนโลยีความจริงเสริม ที่ใช้โลกเสมือนมาเจอกับโลกจริง โดยมีเป้าหมายในการเล่นเพื่อพัฒนาทางด้านตัวเลข คำศัพท์ และบทเรียนเสริมความรู้ให้กับเด็ก ๆ ในช่วงอายุ 3-8 ขวบ แถมยังสามารถใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันในแท็บเล็ต ที่มีกล้องเพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้นและช่วยในการจดจำได้ดีขึ้นอีกด้วย  หรือที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างบอร์ดเกม ที่เป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะทั้งการคิดวิเคราะห์และการร่วมมือกันตลอดจนการสื่อสารกับผู้เล่นอื่น ๆ ในเกมก็เหมาะสมกับเด็ก ๆ ในช่วงอายุที่มากขึ้นไปจนถึงบอร์ดเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัวอีกด้วย

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรวางแผนเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับลูก ๆ ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะต่าง ๆ และด้านงบประมาณที่ต้องลงทุนเพื่ออนาคตของลูก ๆ ในยุคเทคโนโลยีครองเมืองนี้เช่นกัน

 

ทางเลือกใหม่ของภาคธุรกิจ กับเทคโนโลยี AI ที่เปิดโอกาสสู่คำตอบใหม่ ๆ ในการพัฒนาเพื่อความเป็นผู้นำ

ธุรกิจจากผู้บริหารคลื่นลูกใหม่ มักจะได้เปรียบคู่แข่งด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้าสู่ระบบการดำเนินงานของธุรกิจ ที่สามารถช่วยสร้างความแตกต่าง การเป็นผู้นำ รวมไปถึงการให้บริการที่ดีกว่าและรวดเร็วกว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence ที่เรียกย่อ ๆ ว่า AI นั้น ก็กำลังเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวเข้ามาสู่ภาคธุรกิจมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เห็นเด่นชัดคือ ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่กำลังพัฒนาไปสู่การนำเทคโนโลยี AI ที่มีความฉลาดในด้านการวิเคราะห์และตอบสนองความต้องการต่าง ๆ ได้รวดเร็ว อย่างเช่น ระบบนำทางอัจฉริยะ รถยนต์ไร้คนขับ หรือ ผู้ช่วยอัจฉริยะในสมาร์ทโฟน เป็นต้น ด้วยความสามารถของ AI ในหลากหลายด้านนี้เอง หลาย ๆ บริษัทจึงเริ่มหันมาสนใจที่จะทุ่มงบประมาณอย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีนี้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจของตนเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

การวิเคราะห์ที่แม่นยำมากขึ้น คือความได้เปรียบที่ AI ยินดีมอบให้ด้วยความเต็มใจที่สุด

                ด้วยข้อจำกัดของมนุษย์ในการเผชิญกับความซับซ้อนของข้อมูลมหาศาล แต่สำหรับ AI อาจเรียกได้ว่าถูกพัฒนามาเพื่อจัดการกับสิ่งเหล่านี้ จากข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามามากมาย ที่เกิดจากการเชื่อมโยงธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ AI คือผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ นี้ อย่างถูกต้องและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเงินและการลงทุน การวิเคราะห์ของ AI จะช่วยรวบรวมข้อมูลที่สำคัญ และสามารถประมวลผลหาความเป็นไปได้ หรือโอกาสในการลงทุนให้เกิดผลที่คุ้มค่าและรวดเร็ว ที่จะสร้างกำไรให้กับผู้ใช้งานได้ในระยะเวลาสั้น ๆ

ในด้านการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ เช่นความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้าหรือข้อมูลของบริษัท ด้วยการเฝ้าระวังของ AI ก็สามารถตรวจสอบและติดตามสิ่งแปลกปลอมในระบบ ทำให้ผู้ดูแลสามารถป้องกันการคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางการแพทย์ก็เป็นภาคส่วนหนึ่งที่นำประโยชน์ของ AI มาใช้ในการวิเคราะห์หาแนวโน้มของโรค หรือตรวจสอบความผิดปกติของร่างกาย เพื่อช่วยป้องกันหรือหาแนวทางแก้ไขปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ได้รวดเร็วแม่นยำมากขึ้นจึงสามารถลดความสูญเสียชีวิตได้ ตลอดจนทางด้านบริการ เช่น การประมวลผลด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคก็ทำให้เกิดความได้เปรียบและโอกาสทางการแข่งขันที่สูงขึ้นได้

ยังมีประโยชน์อีกมากมายหลายด้านที่เทคโนโลยี AI สามารถเข้ามาเป็นคำตอบให้เกิดการพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ภาคธุรกิจสามารถที่จะเปิดโอกาสที่สร้างสรรค์ให้กับตนเองมากกว่าเดิมในการให้บริการ ที่จะทำให้เกิดความประทับใจและเป็นผู้นำที่ทำให้ผู้บริโภคนึกถึงเป็นอันดับต้น ๆ ได้  อีกทั้งการที่ AI มาเป็นผู้ช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ยังช่วยให้การตัดสินใจของผู้บริหารในการดำเนินงานต่าง ๆ ดีขึ้น ก็ทำให้ธุรกิจพัฒนาได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

คนรุ่นใหม่กับรูปแบบการจัดสวนแนวใหม่ ความสุขของคนรักต้นไม้

ในยุคของที่ดินราคาแพงและลักษณะที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในเมืองใหญ่ และพำนักอยู่ในคอนโดห้องเล็ก ๆ หรือบ้านหลังน้อย ๆ ที่ยังคงมีความต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ การได้มีสวนเล็ก ๆ ในที่พักอาศัย ก็สามารถทำให้มีชีวิตชีวา คลายความเครียด และความเหนื่อยล้าจากการทำงานในแต่ละวันได้ นี่คือไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ยังคงเรียกร้องหาธรรมชาติ และก็เป็นที่มาของเทรนด์ในการจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กที่กำลังนิยมอย่างมากตั้งแต่ปี 2017 การจัดสวนในภาชนะขนาดเล็กอย่างเช่น การจัดสวนด้วยต้นกระบองเพชร หรือ การนำต้นไม้มาจัดเป็นสวนจำลองในขวดแก้ว ก็กำลังเป็นเทรนด์ที่คนรุ่นใหม่ต้องการเรียนรู้และทำเป็นงานอดิเรกมากขึ้น

การจัดสวนด้วยของ DIY กิจกรรมที่ทำได้ทั้งคนโสดและคนมีครอบครัว

                ในวันหยุดหรือช่วงเวลาว่าง การได้ใช้เวลาสร้างผลงานจากฝีมือของตนเอง ก็เป็นกิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลายหรือช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้ การจัดสวนด้วยของประดิษฐ์ DIY สามารถสร้างความสุขและปลุกทักษะด้านศิลปะให้เกิดขึ้นได้เช่นกัน และยังเป็นกิจกรรมที่สามารถทำคนเดียวหรือทำร่วมกับคนอื่นได้ และที่กำลังนิยมกันมากในหมู่วัยรุ่นโดยเฉพาะที่อาศัยอยู่ในคอนโดคือ การจัดสวนแนวตั้ง (Vertical Garden) ที่เป็นการจัดสรรพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์และเหมาะสมสวยงามมากขึ้นด้วยต้นไม้กับกระถางใบเล็ก ในเว็บไซต์ด้านการจัดสวนก็มีข้อมูลและเคล็ดลับในการจัดสวนแนวตั้งนี้อยู่มากโดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ เช่น การแขวนกระถางอย่างไรให้สวยงามดูมีการออกแบบที่ดี หรือการนำวัสดุอย่างสังกะสีมาประกอบก็ทำให้เกิดเป็นสไตล์แบบอินดัสเทรียลซึ่งก็กำลังเป็นที่นิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่เช่นเดียวกัน

โปรแกรมการจัดสวนที่เพิ่มความสะดวกสบายในการออกแบบและการจัดสรรพื้นที่ตามสไตล์ที่ชอบ

                เทคโนโลยีได้ถูกประยุกต์ใช้ในการสร้างความสะดวกสบายในการทำงานแทบจะทุกอย่างแล้วในปัจจุบัน รวมถึงในการจัดสวนด้วยเช่นกัน โปรแกรมการจัดสวนที่ถูกสร้างขึ้นมามากมาย เพื่อเอาใจคนรักบ้านรักต้นไม้ได้ใช้บริการ โดยส่วนมากก็มักจะมีฟังก์ชันในการทำงานพื้นฐานต่าง ๆ เช่นการสามารถเลือกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ มาจัดวางในตำแหน่งที่คิดไว้ การเลือกชนิดของดอกไม้และสีดอกไม้ที่ชอบมาตกแต่งสวนทั้งแนวราบและแนวตั้งได้ทั้งหมด รวมไปถึงการปรับขนาดได้ทั้งเล็กและใหญ่เพื่อจำลองการจัดสวนให้ผู้ใช้งานได้ทดลองออกแบบก่อนไปซื้ออุปกรณ์จริงมาตกแต่งสวน นับเป็นประโยชน์และการสร้างความสุขเล็ก ๆ ของคนรุ่นใหม่ที่รักธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

 

การทำสมาธิในยุคดิจิทัลไม่ยากอย่างที่คิด ฝึกบ่อยชีวิตเปลี่ยน

จากการเสพสื่อในสังคมยุคดิจิทัลที่มีข่าวสารมากมายที่เข้าถึงได้ง่าย และเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว อาจนำพามาซึ่งความเครียด อารมณ์หงุดหงิด และความว้าวุ่นใจมาสู่ชีวิตของคุณ ที่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตได้อย่างไม่รู้ตัว จากสถิติที่มีการได้ทำการบันทึกไว้ คนไทยใช้อินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน หรือประมาณ 82% ของประชากร ที่สำรวจโดย We are social และ Hootsuite ในปี 2018 แถมมาด้วยแชมป์โลกด้านการใช้เวลาท่องอินเทอร์เน็ตมากที่สุด เฉลี่ย 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน ก็ไม่น่าแปลกใจที่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) ได้มีการจำแนกความเครียดในคนไทยในด้านต่าง ๆ ถึง 10 ด้านด้วยกัน คือ ด้านเศรษฐกิจและการเงิน ด้านครอบครัว ด้านเพื่อน ด้านความรัก ด้านการงาน ด้านสุขภาพ ด้านการเรียน ด้านการเมือง ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านที่เกี่ยวกับตนเอง ซึ่งมีวิธีแก้ไขความเครียดโดยการพยายามหากิจกรรมที่ผ่อนคลายความเครียด หรืองานอดิเรกที่ชื่นชอบต่าง ๆ โดยแท้จริงแล้วเคล็ดลับง่าย ๆ ที่นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้ให้คำแนะนำไว้ก็คือ การทำสมาธิให้จิตใจผ่องใส เพียงวันละ 10 – 30 นาที ก็สามารถเป็นวิธีลดความเครียดที่ได้ผลดีมาก

การฝึกทำสมาธิ ไม่เพียงแต่เฉพาะคนไทยที่รู้จัก แต่ยังเป็นวิธีการพื้นฐานของคนทั่วโลก และเริ่มเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง นั่นคือการทำจิตใจให้สงบ พักสมองให้หยุดคิดเรื่องที่กังวลอยู่ และจดจ่ออยู่กับการหายใจเข้าออกอย่างเป็นระบบ การฝึกทำสมาธินี้มีผลงานวิจัยมากมาย ที่ค้นพบว่าสามารถช่วยรักษาโรคต่าง ๆได้ เช่น โรคหอบหืด และโรคไมเกรน และยังช่วยลดอาการซึมเศร้าอีกด้วย รวมถึงช่วยให้การทำงานของระบบการเผาผลาญอาหาร และระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายดีขึ้น

เสพสื่ออย่างมีเหตุและผล มีสมาธิและสติ เลือกรับข่าวสารที่ดีมากขึ้น

                ข่าวสารที่ได้รับตามเว็บไซต์ต่าง ๆ ไม่ควรที่จะเชื่อถือในทันทีทันใด เพราะยุคดิจิทัลนี้ ใคร ๆ ก็เขียนข่าวได้ การฝึกทำสมาธิจะช่วยให้เกิดสติ ดังที่กระทรวงสาธารณสุขได้เน้นประเด็นเรื่อง “สติ วิถีแห่งสุขภาพดี” เพราะคนไทยมีอัตราการเป็นโรคซึมเศร้าสูงขึ้น ดังนั้นการทำสมาธิและเสพสื่ออย่างมีสติจะช่วยบรรเทาอาการเครียดและวิตกกังวลที่จะนำสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้ ข้อแนะนำในการเสพสื่อออนไลน์มีอยู่มากมาย เช่น การอย่าเพิ่งด่วนสรุปข่าวนั้น อย่าเพิ่งใส่อารมณ์ความรู้สึกของตนเองมากเกินไปหลังจากที่ได้อ่าน และไม่ควรเสพสื่อตลอดเวลา ควรมีการกำหนดเวลาในการเสพสื่อต่าง ๆ และใช้เวลากับธรรมชาติหรือกิจกรรมที่ชื่นชอบให้มากขึ้น และพยายามแชร์ข่าวจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้จริง ๆ

3 ภาพยนตร์ขวัญใจมหาชนที่ดัดแปลงจากหนังสือ

                สิ้นสุดการรอคอยสำหรับภาพยนตร์ปิดตำนานไตรภาค อย่าง Maze Runner The Death Cure เข้าฉายไปแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้จะกวาดรายได้ไปไม่ค่อยดีเท่าไร แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของภาคนี้ ออกมาดีทีเดียว นั่นสะท้อนถึงความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งถูกดัดแปลงมาจากหนังสือนวนิยาย ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามักจะได้เห็นภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีและหนังสือ แต่ก็มีน้อยเรื่องที่จะประสบความสำเร็จ สร้างฐานแฟนคลับ ชวนติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ (ชอบทำเป็นหนังไตรภาค) วันนี้เราขอรวบรวม 3 ภาพยนตร์ขวัญใจมหาชน ที่ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือ เผื่อวันหยุดนี้ใครว่างก็จัดเลยนะ บอกเลยว่าเด็ดมาก ๆ

                The Maze Runner เป็นภาพยนตร์ไตรภาค ที่ถูกแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง “The Maze Runner” แต่งโดยเจมส์ แดชเนอร์ ว่าด้วยของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในวงกต จนกระทั่งวันหนึ่งมีเด็กหนุ่มที่ชื่อ “โทมัส” โผล่ขึ้นมาจากกล่องยังชีพ นำไปสู่การวิ่งหาความจริง ว่าทำไมพวกเขาถูกจับขังไว้ที่นี่ หนังสือที่่ว่าขายดิบขายดีแล้ว พอทำเป็นภาพยนตร์เรียกได้ว่าดังเป็นพลุแตก ตัวหนังทำออกมาได้คล้ายคลึงหนังสือมาก ตึงเครียด กดดัน มิตรภาพ แอคชั่น ครบรส สำหรับภาพยนตร์ถูกแบ่งออกเป็น 3 ภาคด้วยกันได้แก่ The Maze Runner, Maze Runner2 :The Scorch Trials และ Maze Runner 3 :The Death Cure

                The Hunger Game หรือ ที่เราคุ้นหูกันดีในชื่อภาพยนตร์ “เกมล่าชีวิต” เป็นนิยายแนวดิสโทเปีย (นิยายแนวดาร์ก โหดร้าย) เขียนโดย ซูซาน คอลลินส์ เป็นเรื่องราวของ “แคตนิส เอฟเวอร์ดีน” เด็กสาววัย 16 ที่อาศัยอยู่ในพาเน็ม ถูกปกครองโดย เมืองหลวง “แคปิตอล” ซึ่งในแต่ละปีจะมีการคัดเลือกเด็กชายหญิง จาก 12 เขต เข้าร่วมแข่งขัน “เกมล่าชีวิต” ซึ่งแคตนิสขออาสาไปเอง เมื่อน้องสาวของเธอถูกจับชื่อได้ หนังสือเรื่องนี้ขายดีและได้รับรางวัลการันตีมากมาย และถูกซื้อลิขสิทธิ์ไปสร้างเป็นภาพยนตร์ภาคแรกเมื่อปี 2009 ได้รับกระแสตอบรับดีมาก เพราะมีความเข้มข้น ดราม่า แอคชั่น และความตึงเครียด หนังสือมีทั้งหมด 3 ภาค แต่ภาพยนตร์ในปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ภาค ไปแล้ว

                Harry Potter เรียกได้ว่าใครไม่ได้รู้จักเรื่องนี้แสดงว่าอาจจะไม่ได้ผ่านการใช้ชีวิตในวัยเด็กมาเลยทีเดียว เป็นตำนานแห่งภาพยนตร์ที่ถูกดัดแปลงมาจากหนังสือ ถูกสับภาคย่อยถึง 8 ภาค (ตอนนี้กำลังขยายจักรวาลเป็น Fantastic Beast) ในพาสของหนังสือแต่งโดย เจ. เค. โรว์ลิง เป็นนิยายแนวแฟนตาซี ที่ว่าด้วยการผจญภัยของ”แฮร์รี่ พอตเตอร์” กับโลกเวทมนตร์ ที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน ส่วนบทของภาพยนตร์ก็ถอดมาจากหนังสือไม่มีผิดเพี้ยน สนุก แฟนตาซี ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ ภาพยนตร์ แฮรี่พอตเตอร์ กลายเป็นแฟรนไชส์ที่เด็ก ๆ ทั่วโลกรอคอย รายได้ถล่มทลายเลยทีเดียว

เพียงแค่ 3 เรื่องนี้ รับรองว่าวันหยุดของคุณจะกองอยู่หน้าทีวีจอยักษ์แบบไม่มีเบื่อเลย เผลอ ๆ อาจจะยาวไปจนถึงวันธรรมดา หรือวันหยุดหน้าได้อีกด้วย ใครยังไม่เคยรับชม ต้องหามาชมโดยด่วน

หวาดเสียว เปิดข่าวเครื่องเล่นเกิดอุบัติเหตุ  ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

หวาดเสียวอีกแล้ว เมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  เครื่องเล่นท็อปสปินในสวนสนุกเปิดใหม่ “ต้าเฉียน” ในเมืองเนยเจียง มณฑลเสฉวน ประเทศจีน (ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในเสฉวนด้วยนะ มีพื้นที่กว่า 400 ไร่ ) เกิดเหตุขัดข้องค้างกลางอากาศ ทำผู้เล่น 10 คน ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศในสภาพ ขาชี้ฟ้า หัวตีลังกา ซึ่งโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ รอดลงมาอย่างปลอดภัย ทางสวนสนุกจึงมอบเงินชดเชย และคูปองให้ผู้เคราะห์ร้าย และยังไม่มีการแถลงข่าวออกมาจากทางสวนสนุกถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น นี่ยังนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่โชคดีและไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็มีข่าวสวนสนุกคร่าชีวิตผู้เล่น ชำรุดเกิดอุบัติ ขัดข้องอยู่บ่อยครั้ง วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยเหตุการณ์สำคัญกันดีกว่า

เราขอแบ่งตามประเภทเครื่องเล่นที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด อันดับหนึ่งคงจะเป็นอะไรไม่ได้ นอกจาก “รถไฟเหาะ”  แค่นั่งเฉย ๆ ก็หวาดเสียวแล้ว เป็นเครื่องเล่นที่มีความสุ่มเสี่ยงมากที่สุด โดยอุบัติเหตุที่ถูกโจษจันมากที่สุดเกิดขึ้นอังกฤษ ในปี 1972 เมื่อ รถไฟเหาะ “The Big Dipper” เกิดสายเคเบิลด้านบนหลุด ส่งผลให้รถไฟเหาะเคลื่อนที่ย้อนกลับอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีเด็กเสียชีวิต 5 คนและมีผู้บาดเจ็บ 13 คน ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมที่ดังที่สุดในยุคสมัยนั้นเลยก็ว่าได้  ข้ามไปที่ประเทศแคนาดากันบ้าง เมื่อ “Mindbender” รถไฟเหาะชื่อดัง มีน็อตตัวหนึ่งเกิดหลวมขึ้นมา ส่งผลให้รถไฟเหาะเสียการทรงตัว หลุดออกจากรางพุ่งชนกำแพงคอนกรีตที่สร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัย ทำให้มีคนตกลงมาเสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บจำนวนมาก อีกหนึ่งเหตุการณ์สยองเกิดขึ้น ในรัฐจอร์เจีย อเมริกา เมื่อมีเด็กชายวัยรุ่นเข้าไปเก็บหมวกพื้นที่หวงห้าม เขาถูกรถไฟเหาะที่แล่นมาด้วยความเร็ว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ชนเข้าอย่างจัง ส่งผลให้เขาโดนทับหัวจนขาดและเสียชีวิตคาที่ ส่วนเครื่องเล่นอื่น ๆ อย่างบ้านผีสิง ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ก็มีข่าวไฟไม้ จนมีผู้เสียชีวิตมากกว่า  8 ราย ถูกไฟคลอกตายในตัวปราสาท

ดูในต่างประเทศมาพอสมควรขอพาย้อนดูอุบัติเหตุเกี่ยวกับเครื่องเล่นในประเทศไทยกันบ้าง เหตุการณ์เกิดขึ้น ณ สวนสนุกเก่าแก่ มีอยู่ที่เดียวที่โด่งและเกิดอุบัติเหตุ 2 ครั้งซ้อน ครั้งแรก! เกิดขึ้นกับเรือล่องแก่ง ที่อยู่บนความสูง 7-8 เมตร เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถควบคุมเรือได้ เรือไหลไปตามร่องน้ำและกระแทกกับราง ส่วนอีกลำ กระเด็นออกนอกราง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 8 คน และเสียชีวิตทั้งหมด 2 คน จบเหตุการณ์นี้ไม่นานก็มีเหตุการณ์ ในวันเด็ก สไลเดอร์สูง 17 เมตร ชำรุด ทำให้ผู้เล่นซึ่งเป็นอายุ 10-12 ปี หล่นลงมากระแทกพื้นจำนวน 28 คน แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ถึงแม้ว่าจะดูแล ซ่อมบำรุงอย่างดีแค่ไหน แต่กับเครื่องเล่นผาดโผน ท้าทายแรงโน้มถ่วง ท้าทายธรรมชาติเช่นนี้ ก็มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลาจริง ๆ ดังนั้นส่งที่ผู้ประกอบการควรทำคือ การใส่ใจในการบำรุงรักษา และรักษากฏนั้นอย่างเข้มงวดนั่นเอง

อย่ากลัว ! รู้จัก “โรคซึมเศร้า” พร้อมวิธีป้องกัน

ในรอบปีที่ผ่านมีข่าวออกมาให้แฟนคลับสะเทือนใจกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นกรณีการเสียชีวิตของ เชสเตอร์ เบนนิงตัน นักร้องนำวงร็อคระดับโลก Linkin Park เมื่อกลางปี 60 และตามมาด้วยกรณีข่าวการชีวิต ของ คิม จงฮยอน นักร้องเกาหลีชื่อดัง สมาชิกวง SHINee เมื่อตอนปลายปีที่แล้ว ทั้งสองกรณีดังกล่าว สร้างความสะเทือนใจและกลายเป็นเรื่องช็อกระดับโลก เพราะนักร้องดังทั้งสอง จากโลกนี้ไปด้วย “ฆ่าตัวตาย” โดยมีสภาวะเดียวกันคือ อาการซึมเศร้า หรือที่เรียกกันติดปากว่า “โรคซึมเศร้า” ซึ่งข่าวดังทั้งสอง ส่งผลต่อสภาพจิตใจของแฟนคลับ และผู้ที่ได้ยินเรื่องราว จนกลายเป็นกระแส ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ และรณรงค์ร่วมป้องกันโรคซึมเศร้า วันนี้เราขอเป็นอีกหนึ่งพลังเสียง ที่จะพาทุกคนไปรู้จักกับโรคซึมเศร้าให้ดีกว่าเดิม รวมทั้งแนวทางการป้องกันโรคนี้ เพื่อที่เราจะได้เข้าใจได้มากขึ้น

รู้ไว้ก่อนโรคซึมเศร้าคืออะไร?

โรคซึมเศร้า เป็นโรคหนึ่งซึ่งสามารถเกิดได้ในช่วงชีวิตของเรา ไม่ต่างจากโรคทางกายอื่น ๆ ซึ่งมี สาเหตุมาจาก 2 ปัจจัยหลักได้แก่
1.ปัจจัยทางชีวภาพหรือพันธุกรรม สารเคมีในสมองเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ความผันผวนของระดับฮอร์โมนสำคัญ สืบทอดมาจากพ่อแม่สู่ลูก

2.ปัจจัยด้านจิตใจหรือสิ่งที่แวดล้อมที่เรียกว่าปัจจัยทางอารมณ์ การพบเจอเหตุการณ์ ต่าง ๆ เช่น ความผิดหวัง การหย่าร้าง สูญเสียคนรัก เป็นต้น

ซึ่งก่อนอื่นต้องบอกว่าคนซึมเศร้าไม่ได้หมายความว่า คนผู้นั้นจะเป็นคนอ่อนแอไม่สู้ ไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพียงการเจ็บป่วยอย่างหนึ่ง ที่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการใช้ยา และการรักษาทางจิตใจร่วมกัน โรคซึมเศร้า เหมือนภัยเงียบที่ไม่ได้แสดงออกมาอย่างชัดเจน ที่เป็นสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ปัจจัยสำคัญที่ทำกระตุ้นให้เกิดอาการซึมเศร้าได้แก่ ความตึงเครียด และสภาพจิตใจย่ำแย่ที่ถูกสะสมมานาน โดยส่วนมากคนที่เป็นโรคซึมเศร้าจะเริ่มเป็นตอนอายุ 25 ปีขึ้นไป

การป้องกันโรคซึมเศร้า

สำหรับผู้ที่เริ่มเครียด นอนไม่ค่อยหลับ หงุดหงิดไม่มีสมาธิ รู้สึกหาทางออกไม่เจอ ก่อนที่จะเข้าสู่สภาวะซึมเศร้า เราสามารถป้องกันตัวเองด้วยได้ ด้วยวิธีเหล่านี้

                ทำสมาธิ การทำสมาธิช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้คลื่นสมองผ่อนคลาย หัวใจเต้นเป็นปกติ ควบคุมสมดุลของเคมีต่าง ๆ ได้ดี  สามารถทำได้ ทั้ง นั่งสมาธิ เดินจงกรม สวดมนต์ หรือเย็บปักถักร้อยก็เป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง
                พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกาย ไม่หมกมุ่นคิดมาก ถ้ารู้สึกว่าเครียด หรือเหนื่อยล้า ให้หากิจกรรมที่ตัวเองชอบทำเพื่อผ่อนคลาย เช่น ชมภาพยนตร์ ฟังเพลง เป็นต้น

เมื่อรู้สึกตัวว่าเราอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า ไม่มีความสุขกับชีวิตซะแล้ว ต้องไม่บังคับตัวเอง หรือบีบให้ทำในสิ่งที่ยากเกินไป ต้องค่อย ๆ ทำ ไม่กดดัน และที่สำคัญต้องยอมรับว่า อาการซึมเศร้าไม่ใช่โรคร้าย และไม่ใช่ตัวหลักที่จะทำให้เราอ่อนแอ และควรกล้าที่จะไปพบแพทย์

ทำความรู้จัก MRT 4 สถานี อนุรักษ์วัฒนธรรมและสวยที่สุดในไทย!

เชื่อว่าหลาย ๆ คนรอคอยโครงการรถไฟฟ้าหลากสีกันอย่างแน่นอน ซึ่งเคยมีแผนแถลงข่าวออกมาแล้วว่า กว่าจะครบทุกสี ทุกสาย จะใช้เวลาประมาณ 20 ปี งานนี้ก็รอวนกันไป ในบรรดารถไฟฟ้าหลากสี เชื่อว่าที่เราคุ้นเคยกันดีคงจะเป็น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือ MRT บางซื่อ หัวลำโพง- ที่พวกเราขึ้นกันเป็นประจำนี่แหละ รถไฟฟ้าสีนี้คืบหน้ากว่าเพื่อนสายอื่น ๆ เพราะตอนนี้ทำการเชื่อมกับสายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) เป็นที่เรียบร้อย และกำลังสร้างส่วนต่อขยายทั้งโซนเหนือ -โซนใต้ สำหรับช่วงต่อขยายสาย หัวลำโพง- บางแค ก็จะมีความพิเศษหน่อยตรงที่ จะมี 4 สถานีอยู่ใต้ดินและ 4 สถานีดังกล่าวจะถูกตกแต่งให้เข้ากับพื้นที่นั้น ๆ มีความสวยงามตระการตากว่าสถานีอื่น ๆ โดย 4 สถานีดังกล่าว ได้แก่ สนามไชย อิสรภาพ วัดมังกร สามยอด ซึ่งหลังจากที่สร้างเสร็จแล้วก็เตรียมขึ้นเป็นแลนมาร์คท่องเที่ยวอีกด้วย วันนี้เรามีคอนเซ็ปต์คร่าว ๆ ของ 4 สถานีมาฝากกัน

สถานีสนามไชย และสถานีอิสรภาพ 2 สถานีสไตล์ไทยแท้
สถานีสนามไชย ซึ่งอวดโฉมมาก่อนใครเมื่อปลายปี 2560 สถานีนี้ค่อนข้างใหญ่ มี 5 ทางเข้าออก รอบข้างเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่สำคัญ ไม่ว่าปากคลองตลาด มิวเซียมสยาม โรงเรียนวัดราชบพิธ ฯลฯ สามารถเชื่อมต่อกับรถประจำทางหลายสาย ได้รับการออกแบบให้เหมือนท้องพระโรงในกรุงรัตนโกสินทร์เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ซึ่งบอกเลยว่าฝีมือช่างไทยเก็บรายละเอียดได้งดงามมาก ให้บรรยากาศเหมือนเดินเท้าสู่พระราชวังโบราณ การออกแบบนั้นได้รับเกียรติจากศิลปินแห่งชาติ รศ.ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี
สถานีอิสรภาพ อยู่ต่อจากสถานีสนามไชย  ความพิเศษของสถานีคือการเป็นอุโมงค์ใต้น้ำ ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเพียงหนึ่งเดียวของฝั่งธน ตัวสถานีจะอยู่ระหว่างซอยอิสรภาพ 23 และ ซอยอิสรภาพ 24 ใกล้ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา และย่านการค้าต่าง ๆ ภายในสถานีออกแบบให้มีความโอ่โถง โปร่งสบาย โดดเด่นด้วยลวดลายของหงส์ในวรรณคดี มีแรงบันดาลใจจากวัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดแก่ย่านอิสรภาพ ปัจจุบันก่อสร้างคืบหน้าไปมากกว่า 90% จะพร้อมเปิดใช้ปี 62

สถานีวัดมังกรและสถานีสามยอด 2 คู่หู สไตล์ชิโน-โปรตุกีส
สถานีวัดมังกร ที่ตั้งของสถานีนี้อยู่ในย่านเยาวราช เยื่องกับวัดเล่งเน่ยยี่ วัดเก่าแก่ย่านเยาวราช จึงเป็นที่มาของชื่อสถานี ตัวสถานีจะค่อนข้างเล็กและเป็นแนวยาว มี 3 ทางเข้าออก ถูกออกแบบผสมผสานสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน-โปรตุกีส เลือกใช้สีแดงและสีทองตกแต่งทั้งสถานี เหมือนเดินอยู่ในเยาวราชเลยก็ว่าได้ ความโดดเด่นที่สุด อยู่ที่การนำรูปปั้นมังกร มาพาดอยู่ที่เพดานเหมือนมองลงมา แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์และความเป็นจีนได้อย่างลงตัว
สถานีสามยอด (วังบูรพา)  เป็นการผสมผสานระหว่างชิโน-โปรตุกีส และวัฒนธรรมความเป็นไทย ภายในตัวสถานีจะมีการนำภาพย้อนยุคติดไว้ตามผนัง และมีการนำแบบซุ้มประตูสามยอดมาประยุกต์ที่ช่องจำหน่ายตั๋ว สถานีจะใกล้กับแหล่งการค้าสำคัญ ทั้ง พาหุรัด สำเพ็ง คลองสม ฯลฯ

คาดว่าเมื่อทั้ง 4 สถานีเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปในตัว คนกรุงเตรียมกล้อง เตรียมเดินทางกันได้เลย