ลาออก กับถูกเลิกจ้างได้เงินทดแทนกรณีว่างานจากประกันสังคมต่างกันอย่างไร

มนุษย์เงินเดือนหรือคนที่เป็นลูกจ้างบางคน เมื่อทำงานมาสักระยะหนึ่ง อาจมีเหตุให้ต้องออกจากงานจากองค์กร

ที่เคยทำงานก่อนกำหนด หรือก่อนถึงวัยเกษียณด้วยเหตุผลที่ต่างกันออกไป ซึ่งพอจะแยกได้ดังนี้

เหตุผลการออกจากงานมี 2 ประการคือ

1.ลาออกเอง  เกิดจากความต้องการของลูกจ้างอย่างสมัครใจ โดยอาจมีเหตุมาจากความจำเป็นหรือเหตุผลส่วนตัวบางประการ เช่น ต้องการย้ายที่ทำงาน ต้องการไปประกอบธุรกิจส่วนตัว  มีปัญหากับเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานในองค์กร ฯลฯ

  1. ถูกเลิกจ้าง เกิดจากความต้องการของนายจ้าง ที่ต้องการลดจำนวนลูกจ้าง เนื่องจากขาดทุนหรือมีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาแทน

ซึ่งแน่นนอนการออกจากงานไม่ว่าจะเป็นการลาออกเองหรือการถูกเลิกจ้าง ถ้าลูกจ้างไม่ได้ทำงานต่อทันทีก็จะว่างงาน ทำให้ขาดรายได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว อาจมีผลกระทบต่อตนเองและครอบครัว แต่ลูกจ้างก็มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมนอกเหนือจากเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานที่ลูกจ้างได้รับจากนายจ้าง กรณีถูกเลิกจ้าง

เงื่อนไขการมีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม 

ต้องส่งเงินประกันสังคมมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนว่างงาน และต้องไม่มีความผิดจากการถูกเลิกจ้าง เช่น การทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย โดยการลาออกและถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานดังนี้

กรณีลาออก จะได้รับเงินทดแทนฯ ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้าง/เงินเดือน ปีละไม่เกิน 3 เดือน

กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนฯ ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง/เงินเดือน ปีละไม่เกิน 6 เดือน

โดยอัตราค่าจ้าง/เงินเดือน ที่สำนักงานประกันสังคมนำมาคิดคำนวณในการจ่ายค่ากรณีว่างงานให้กับผู้ที่ใช้สิทธิ ก็คือค่าจ้างจริงของแต่ละคนที่นำส่งประกันสังคมแต่สูงสุดไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท และถ้าภายใน 1 ปี มีการขอรับเงินทดแทนฯ ทั้ง 2 กรณี คือทั้งกรณีลาออกและถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนฯ ทั้ง 2 กรณี รวมกันไม่เกิน 6 เดือน และถ้าว่างงานไม่ถึง  3 เดือน กรณีลาออก หรือไม่ถึง 6 เดือน กรณีถูกเลิกจ้างก็จะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานตามระยะเวลาจริงที่ว่างงาน

ดังนั้นเมื่อว่างงานไม่ว่าจากการลาออกหรือถูกเลิกจ้างก็แล้วแต่ ถ้าเรามีสิทธิเบิกเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม ก็ควรรีบดำเนินการไปขึ้นทะเบียนว่างงานเพื่อขอเบิกเงินดังกล่าวภายใน 30 วัน นับจากวันที่ลาออก ตามที่กฎหมายประกันสังคมกำหนดเพื่อจะได้มีเงินหรือรายได้เข้ามาทดแทนในช่วงที่รายได้ขาดหายไป โดยสามารถขึ้นทะเบียนว่างงานได้ที่ สำนักงานจัดหางาน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือทางออนไลน์ https://empui.doe.go.th หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ โทร.1506

 

 

งดเหล้าเข้าพรรษา ทำอย่างไรให้ได้ผลจริง อย่าให้คิดได้ก็สายเสียแล้วแบบใครหลายคน

การงดเหล้าเข้าพรรษา ถือเป็นการรณรงค์ให้คนที่ติดเหล้าทำดีให้กับตนเอง คนที่คุณรักหรือสังคมในช่วงเวลาหนึ่ง  แต่จะดีกว่าไหม ถ้าสามารถเปลี่ยนจากการงดเหล้าแค่ช่วงเข้าพรรษามาเป็นการเลิกเหล้าถาวร โดยใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งนอกจากเป็นการเริ่มต้นการเลิกเหล้าแล้ว ยังเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยการใช้โอกาสจากเทศกาลงานบุญ

ลดการทำบาป  เพื่อให้สุขภาพกาย สุขภาพจิต และสังคมดีขึ้น

แต่สำหรับคนที่ดื่มเหล้ามานาน ติดอย่างหนัก อาจจะเป็นเรื่องยากในการที่จะเลิกดื่มเหล้า ไม่ว่าเข้าพรรษาหรือเทศกาลใดก็คงเลิกไม่ได้  แนะนำให้มุ่งมั่นตั้งปณิธานว่าเราต้องทำได้ และทำอย่างจริงจัง นึกถึงผลเสียของการดื่มเหล้าว่าชีวิตจะพังทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว การงาน สุขภาพ จนสุดท้ายพังถึงขั้นเสียชีวิตก็เพราะพิษสุรา

ผลเสียของการดื่มเหล้า

การดื่มเหล้าเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้หลายโรค ประสิทธิภาพในการทำงาน การทำกิจกรรมต่าง ๆ ลดลง และยังส่งผลต่อเนื่องทำให้เกิดปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม อาชญากรรม และอุบัติเหตุต่าง ๆ

ขั้นตอนและวิธีการเลิกเหล้า

  1. ตั้งเป้าหมายว่าจะเลิกเหล้าเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร เริ่มเมื่อไหร่ และจะเลิกให้สำเร็จภายในระยะเวลาเท่าใด โดยระเวลาสิ้นสุดนี้ยืดหยุ่นได้ตามความสามารถในการปรับสภาพของร่างกายในช่วงเลิกเหล้า
  2. บอกคนในครอบครัวให้เป็นกำลังใจ
  3. วางแผนค่อย ๆ ลดปริมาณ และความถี่ในการดื่มลงไปเรื่อย ๆ อย่าเลิกทันทีเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดอาการขาดเหล้าเฉียบพลันได้
  4. รู้จักปฏิเสธคน คนดื่มเหล้าบางครั้งก็เพราะเพื่อนชวน หรือต้องเข้าสังคม งานสังสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องรู้จักปฏิเสธ เช่นอาจปฏิเสธว่าพรุ่งนี้มีประชุมเช้า หรือหมอสั่งห้าม ฯลฯ
  5. เก็บอุปกรณ์และขวดเหล้า ที่ทำให้เปรี้ยวปากอยากเหล้าให้มิดชิด
  6. เปลี่ยนกิจกรรม ในช่วงเวลาที่เคยดื่มเหล้าประจำ หันมาทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่น การออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ พักผ่อนหย่อนใจกับครอบครัว หรือทำอย่างอื่นที่ชอบหรือสนใจ
  7. ไม่ไปเที่ยวคลับ บาร์ งานปาร์ตี้วันศุกร์ ที่เป็นสถานที่แก๊งคอทองแดงมารวมตัวกันเป็นประจำ
  8. ตั้งใจทำอย่างจริงจัง ไม่ลังเล อย่าท้อ หากไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่าโทษตนเอง ให้เริ่มต้นใหม่ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ สอบถามเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโทรสายด่วนเลิกเหล้า 1413

สิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับคนที่ต้องการเลิกเหล้าคือ “กำลังใจ” จากคนในครอบครัว หรือคนใกล้ชิดที่

สนิทสนมที่มีความสัมพันธ์แนบแน่น เช่น เพื่อนสนิท ลูกน้องที่รู้ใจ ฯลฯ ต้องส่งเสริมสนับสนุน ชื่นชม และเชื่อมั่นว่าเขาทำได้แน่นอน อย่าดูถูก สบประมาทว่าเขาทำไม่ได้ เพราะการที่ใครสักคนคิดจะเลิกเหล้า ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แสดงว่าเขาต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น จึงคิดจะทำ ถ้าเขาทำได้ ทำสำเร็จ มันไม่ใช่ชีวิตเขาเท่านั้นที่จะดีขึ้น ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ ก็จะดีขึ้นด้วย เพราะปัญหาต่าง ๆ อันสืบเนื่องมาจากการดื่มเหล้า เช่น อุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับก็จะลดลง

 

การแข่งขันดุเดือดระหว่างสองค่ายยักษ์ใหญ่แห่งวงการรองเท้า อย่างไนกี้และอาดิดาส

มนุษย์ทุกคนควรต้องมีรองเท้าใส่ ประโยคนี้น่าจะเป็นหลักการทั่วไปของการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพดี ของสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษซึ่งเรียกว่ามนุษย์นี้ และแน่นอนว่าเมื่อมนุษย์ทุกคนบนโลกต้องการรองเท้า ธุรกิจรองเท้าจึงต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน เพื่อครองส่วนแบ่งการตลาด และค่ายผู้ผลิตรองเท้าที่เป็นที่นิยมมากที่สุดของโลกสองค่ายนั่นก็คือ ไนกี้และอาดิดาส ที่มุ่งมั่นทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา

ด้านฝั่งของผู้ผลิตรองเท้าจากเยอรมันยี่ห้อ อาดิดาส ก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยถูกใจผู้ใส่วัยรุ่น และผสมผสานการเป็นรองเท้ากีฬากับรองเท้าแฟชั่นมากขึ้น รวมไปถึงการผลิตรองเท้ารุ่นซุเปอร์สตาร์ ก็สามารถสร้างจุดขายและได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และสามารถตีตลาดเพิ่มฐานลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือและในตลาดจีน ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นมากมายถึง 30 % ในปี 2017 อีกด้วย ตลอดจนการขยายตลาดและเดินหน้าลุยขยายช่องทางจำหน่ายแบบออนไลน์ ก็สร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นจากช่องทางออนไลน์นี้ได้ถึง 53% ในไตรมาสแรกของปี 2018 รวมไปถึงการวางแผนในการนำนวัตกรรม อย่างเช่น เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ มาเสริมทัพในการพัฒนาด้านการผลิต ก็ทำให้อาดิดาส กำลังเป็นคู่แข่งที่น่าเกรงขามในวงการนี้เลยทีเดียว

ทางด้านบริษัทผู้ผลิตรองเท้าสัญชาติสหรัฐอเมริกาอย่าง ไนกี้ ก็ไม่มีน้อยหน้าด้วยการงัดนโยบายในการมุ่งสู่การใช้นวัตกรรมที่ก้าวหน้ามาผลิตรองเท้า ที่โดนใจผู้บริโภคทั้งในด้านการสวมใส่ที่เหมาะสม ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ทุกวัย พร้อมทั้งเดินหน้าทุ่มทุนใน 3 ด้านหลัก ๆ คือ ด้านนวัตกรรม ด้านซัพพลายเชน และด้านตลาดจัดจำหน่าย รวมถึงตลาดออนไลน์ที่มีการตั้งเป้ายอดขายไว้ ที่ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2020 และด้วยการใส่ใจในกระบวนการจัดส่ง ที่ต้องมีความรวดเร็ว จากการพัฒนาระบบ ไนกี้ เอ็กซ์เพรส เลน ซึ่งเป็นนวัตกรรมการผลิตสินค้า ที่ทีมผลิตสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าได้แบบทันทีทันใด หรือเรียลไทม์ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละซีกโลก ทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือ และจีน และด้วยความรวดเร็วที่เปลี่ยนจากเป็นเดือน เหลือเพียงแค่ระดับสัปดาห์ ก็ทำให้คู่แข่งที่กล้ามาท้าชิงเสียวสันหลังกันไปตาม ๆ กัน

เลือกคู่ที่ใช่ จากแบรนด์ที่ให้มากกว่ารองเท้า

                แน่นอนว่าในตลาดรองเท้า ผู้บริโภคจะต้องเห็นสองแบรนด์อย่างไนกี้และอาดิดาส วางเรียงให้เลือกซื้อหา ซึ่งเป็นข้อดีของการที่ทั้งสองแบรนด์นี้พยายามที่จะพัฒนา เพื่อเป็นตัวเลือกที่ใช่ที่สุดแก่ผู้บริโภค การตัดสินใจเลือกรองเท้าคู่ที่ใช่ในตลาดแห่งการแข่งขันนี้ จึงยังเปิดกว้างให้ผู้บริโภคได้เลือกสรรได้ตามชอบใจ เพราะรองเท้าคือเพื่อนร่วมทางที่ดีที่สุดนั่นเอง

 

ชีวิตดี เพราะมีดนตรี รู้จักประโยชน์ของดนตรีกับชีวิตคนทำงาน

มีข้อมูลงานวิจัยที่เป็นทางการ ได้ผลที่บ่งบอกว่า การฟังดนตรีในระหว่างทำงานนั้น ช่วยให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ดนตรียังมีข้อดีกับคนทำงานมากกว่านั้น เพราะดนตรีคือยาวิเศษแห่งจิตใจ หากไม่ใช่ความพิเศษและพลังแห่งดนตรีแล้วนั้น ทุกวันนี้การดำเนินชีวิตในโลกที่วุ่นวายใบนี้ก็คงไม่น่าอภิรมย์นัก โดยเฉพาะกับคนวัยทำงานที่มีแต่ความเครียด เสียงจากการพูดคุย เสียงจากอุปกรณ์หรือเครื่องจักรในที่ทำงาน เสียงเหล่านี้เป็นตัวอย่างของเสียงที่อาจเพิ่มความเครียดทั้งนั้น แต่ไม่ใช่กับเสียงเพราะ ๆ จาก “ดนตรี”

การจะเกิดเป็นดนตรีได้นั้น มีหลายสิ่งรวมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ทำนอง จังหวะ ระดับเสียง หรือการสอดประสานของเสียงจากเครื่องดนตรีชนิดต่าง ๆ โดยทั่วไปอาจกล่าวได้ว่า ดนตรีประกอบไปด้วยสิ่งพื้นฐานต่าง ๆ อย่างเช่น ท่วงทำนอง (Melody) จังหวะ (Rhythm) ระดับของเสียง (Pitch)  หรือแม้กระทั่งเรื่องของการประสานเสียง (Harmony) สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไรกับคนทำงานบ้างนั้น หากลองค้นดูงานวิจัยที่เกี่ยวกับดนตรีแล้ว จะพบว่าดนตรีมีผลต่อความรู้สึกของมนุษย์ในหลากหลายด้านทั้งความรู้สึกตื่นเต้น ความเศร้า ความร่าเริง ความกระตือรือร้น ความผ่อนคลาย และความรู้สึกอื่น ๆ ดังนั้นการฟังเพลงในระหว่างการเดินทางไปทำงาน การฟังเพลงขณะทำงาน หรือ การฟังเพลงหลังเลิกงาน เพลงและดนตรีนั้นสามารถเป็นประโยชน์และเป็นส่วนหนึ่งของคนทำงานได้ทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกฟังในช่วงเวลาใด

อาชีพที่เกี่ยวข้องกับดนตรี ผู้เป็นเบื้องหลังความสุขของวัยทำงาน

                หากดนตรีเป็นเหมือนยาวิเศษ ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับดนตรีก็เปรียบเสมือนนักปรุงยา ซึ่งอาชีพที่เป็นที่รู้จักว่ามีดนตรีเป็นองค์ประกอบหลักคงหนีไม่พ้นนักร้อง นักดนตรี สองอาชีพนี้เป็นอาชีพที่อยู่เบื้องหน้านำผลผลิตคือดนตรีออกมาสื่อสารและถ่ายทอดด้วยพรสวรรค์ทางด้านการร้องและเล่น แต่ยังมีอีกหลายอาชีพที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการผลิตดนตรีและใช้ประโยชน์จากดนตรีในการสร้างสรรค์งาน ยกตัวอย่างเช่น อาชีพนักแต่งเพลง อันที่จริงถือเป็นอาชีพที่สำคัญในวงการดนตรี นักแต่งเพลงที่ดีสามารถแต่งเพลงออกมาให้คนฟังเกิดความรู้สึกคล้อยตามเพลงนั้น ๆ โดยที่บางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องมีเนื้อเพลงเลยก็ได้ และเพลงดี ๆ จากอาชีพนี้นี่เองที่สร้างความสุขให้กับคนทำงานในอาชีพอื่น ๆ

นอกจากความสุขที่ได้รับจากดนตรีแล้ว ในปัจจุบันดนตรียังสามารถช่วยบำบัดทุกข์ได้อีกด้วย อาชีพนักดนตรีบำบัดจึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่กำลังมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เพราะในวงการแพทย์ทางเลือก การใช้ดนตรีบำบัดได้ถูกนำมาร่วมบูรณาการเข้ากับการรักษาอื่น ๆ และด้วยประโยชน์ของดนตรีเหล่านี้ ก็น่าจะเพียงพอให้เลือกเพลงสักเพลงมาเปิดฟังกันเลยตอนนี้

 

รู้จักกับเหล่าตัวร้ายในมาร์เวลและความสามารถแบบเกรียนขั้นเทพ

มาร์เวล เป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกมาเป็นเวลานาน ถือว่าเป็นการ์ตูนคลาสสิคที่ได้รับการยอมรับและสร้างขึ้นเป็นภาพยนตร์ เอนิเมชั่น ฯลฯ อย่างหลากหลาย เรื่องราวของเหล่าฮีโร่ที่มาพร้อมพลังวิเศษ ทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นและติดตามมาร์เวลได้แบบไม่มีเบื่อ
แต่อย่างไรก็ตาม ฮีโร่จะเป็นฮีโร่แบบเต็มตัวไม่ได้ หากขาดวายร้ายในเรื่อง เอกลักษณ์ของมาร์เวลคือการสร้างตัวเอกที่เป็นฮีโร่ และตัวร้ายจอมแสบ โดยมีไฮไลท์ที่การต่อสู่กันระหว่างสองฝ่าย ตรงนี้นี่เองที่ช่วยส่งเสริมให้เรื่องราวน่าสนุกขึ้น ดังนั้นคราวนี้เราจึงอยากจะพาคุณไปรู้จักกับเหล่าวายร้ายจอมป่วนกันบ้าง ซึ่งจริงๆแล้ว คาแรกเตอร์ที่เป็นจอมวายร้ายที่ทั้งแสบทั้งเกรียนในจักรวาลมาร์เวลนั้น มีเยอะมาก นับร้อยตัวเลยทีเดียว แต่ที่จะมาแนะนำให้รู้จักก็มีตัวเด่นๆ ดังต่อไปนี้
โลกิ (Loki) จอมวายร้ายที่มีความเจ้าเลห์เพทุบาย และมีพลังเวทย์มนต์ในระดับเทพเจ้า สามารถย้ายวิญญาณ สร้างภาพลวงตา และสะกดจิตได้ จึงมีแต่ทีมอเวนเจอร์เท่านั้น ที่ต่อกรกับโลกิได้อย่างสูสี
ดร.ดูม (Dr.Doom) แค่ชื่อก็บ่งบอกว่า เป็นวายร้ายที่มีสติปัญญาระดับอัจฉริยะ แล้วก็สร้างความวุ่นวายให้กับเหล่าฮีโร่ไม่น้อยเลย ความสามารถเด่นๆ ของเขาคือ มีเกราะดูดซับพลังงาน สร้างสนามพลังงาน สร้างกองทัพหุ่น Doom Bot ยิงพลังงานและอื่นๆอีกมากมาย
กาแล็คตัส (Galactus) หรือ จอมเขมือบดวงดาว ที่ได้ฉายานี้ก็เพราะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการ กินดวงดาวเป็นอาหาร ทำให้มีพลังเวทย์เยอะมาก แต่ ก็มักจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับเหล่าฮีโร่อยู่ตลอด
โมเลกุลแมน ( Molecule Man) เป็นตัวร้ายสุดโหด ที่สามารถควบคุมโมเลกุลของสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตได้ทั้งหมดคือ เขาสามารถสร้างและก็ทำให้สลายไปเลยด้วยตัวเขาเอง เรียกว่า เป็นตัวปัญหาของเหล่าฮีโร่มากเลยทีเดียว
นี่ก็เป็นเพียงบางส่วนของตัวร้ายจากมาร์เวลเท่านั้น ถ้าสนใจอยากรู้จักคาแรกเตอร์อื่นๆ มากกว่านี้ เมื่อมีเวลาว่างใช้อินเตอร์เนต ก็เปลี่ยนจากการเล่นเกม เข้า เว็บแทงบอล มาหาข้อมูลของตัวร้ายในจักรวาลมาร์เวลรวมถึงเหล่าฮีโร่บ้างก็น่าสนใจไม่น้อย

การปรับตัวสู้กระแสดิจิทัล ร้านหนังสือและการจัดสรรพื้นที่ ด้วยข้อเสนอใหม่ที่ให้มากกว่าการอ่าน

หลายธุรกิจต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดเมื่อถูกกระแสดิจิทัลบุกรุก ร้านหนังสือที่เคยเป็นแหล่งหนอนหนังสือก็หนีไม่พ้นสถานการณ์นี้เช่นกัน เพราะด้วยการดำเนินชีวิตของลูกค้ายุคใหม่ ที่เข้าสู่โลกออนไลน์ได้ตลอดเวลา จึงกระทบกับอุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์และร้านหนังสือโดยตรง และเป็นเช่นเดียวกันทั่วโลก ทำให้แนวโน้มของธุรกิจร้านหนังสือลดลง ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนผู้ที่ยังยืนยันจะสู้ต่อ ก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จึงเห็นได้ว่ากลุ่มร้านหนังสือเอง ก็ได้เพิ่มกำลังในการปรับปรุงและพัฒนาไปในเชิงสร้างสรรค์ ที่เทคโนโลยีออนไลน์ยังให้แก่ลูกค้าไม่ได้

การปรับตัวที่ใช้การผสมผสานการให้บริการในแบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กันไป หรือเรียกว่า โมเดล “Omni-channel”  ก็ดูเหมือนจะเป็นทางออกหนึ่ง ที่ร้านหนังสืองัดมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการสู้ศึกกระแสออนไลน์ ด้วยข้อได้เปรียบทางด้าน Physical หรือด้านกายภาพที่ลูกค้ายังสามารถเดินทางมาค้นหาและสัมผัสหนังสือได้ด้วยตัวเอง สามารถพลิกอ่านตัวอย่างของเนื้อหาได้ทีละแผ่น ๆ ก็ยังเป็นความคลาสิกของการอ่านที่ร้านหนังสือยังหยิบยื่นให้กับนักอ่านขาประจำได้ แต่ในขณะเดียวกันก็เร่งทำการตลาดและนำสินค้าเข้าสู่โลกออนไลน์ขนานกันไป เพื่อที่จะให้ร้านหนังสือนั้นยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็นสื่อกลางให้กับผู้อ่าน ได้ในทั้งสองรูปแบบคือออนไลน์และออฟไลน์นั่นเอง

การสร้างความประทับใจ และการให้บริการที่ครบถ้วน คือหัวใจและลมหายใจของร้านหนังสือ

                การปรับแนวทางการให้บริการของร้านหนังสือ ที่เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า อย่างเช่นการทำให้ร้านหนังสือมีความเป็น 3rd place คือเป็นสถานที่เป้าหมายลำดับที่สาม ถัดจากบ้านและที่ทำงาน เป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวร้านหนังสือ รวมไปถึงการสร้างวัฒนธรรมให้เกิดขึ้นในหมู่นักอ่าน เช่นการสร้างชุมชนนักอ่านในร้านหนังสือ ตัวอย่างที่โดดเด่นด้านนี้เกิดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ก ในร้านหนังสือที่ชื่อว่า Book Court ซึ่งมีการจัดกิจกรรมแทบทุกวัน เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้นักอ่านได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน แม้กระทั่งการเชิญนักเขียนที่เป็นขวัญใจผู้อ่านมาโปรโมทหรือแจกลายเซ็นต์ให้กับแฟน ๆ ที่ติดตามผลงาน สิ่งเหล่านี้ก็ช่วยให้ร้านหนังสือยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักอ่าน และเป็นฐานลูกค้าที่เข้มแข็งในการสนับสนุนความเป็นอยู่ของร้านหนังสือได้ต่อไป

เมื่อได้พยายามปรับตัวในด้านต่าง ๆ เพื่อทำให้ธุรกิจไปต่อได้แล้ว การปรับปรุงร้านให้สวยงาม มีหนังสือหลากหลายประเภท จนกลายเป็นคลังหนังสือ เพื่อเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับนักอ่านทุกวัย ก็เป็นทางออกและเป็นมาตรฐานของร้านหนังสือที่ควรยึดถือไว้  โดยเฉพาะหากร้านหนังสือนั้นมีหนังสือที่หายากไว้บริการ และหนังสือสำหรับนักสะสม ก็ยิ่งทำให้ร้านหนังสือคือสถานที่ที่นักอ่านตัวจริงยังต้องการมีไว้เป็นแหล่งหนังสือคู่ใจได้อีกยาวนาน

 

เคล็ดลับสูตรอาหารไทย เสน่ห์ปลายจวักที่ถูกใจคนทั่วโลก

                ไม่ว่าจะเป็นด้วยรสชาติหรือความพิถีพิถันในการปรุงอาหาร เมนูอาหารของคนไทยมักได้รับรางวัลระดับโลกมาโดยตลอด จากล่าสุดในช่วงต้นปี 2561 สำนักข่าว CNN ได้มีการจัดอันดับ 50 สุดยอดอาหารเมนูเด็ดจากทั่วโลก อาหารไทยอย่างเมนู แกงมัสมั่น ก็คว้าอันดับหนึ่งมาครองได้อย่างภาคภูมิใจ ถึงขนาดที่นายกรัฐมนตรีออกปากชื่นชม แถมด้วยเมนูต้มยำกุ้งที่ติดอันดับที่ 8 และพ่วงท้ายตามมาด้วยอันดับที่ 46 ของเมนูส้มตำซึ่งเป็นอีกเมนูประจำชาติที่คนไทยชื่นชอบกันโดยพร้อมเพรียง ด้วยรางวัลที่การันตีความอร่อยในระดับโลกอย่างนี้ อาหารไทยจึงเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจในความมีวัฒนธรรมด้านการกินและเป็นเสน่ห์แห่งวิถีชีวิตของชาวไทย

ด้วยเครื่องปรุงรสที่มีความพิเศษและการใส่ใจในขั้นตอนของการปรุงอาหาร อาจเป็นเคล็ดลับที่ทำให้อาหารไทยมีรสชาติที่เข้มข้น หรือตามคำกล่าวเรียกที่ว่า ถึงพริกถึงขิง ถึงรสถึงชาติ ก็เป็นได้ อีกทั้งประเทศไทยมีสมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ปรุงอาหารได้มากมายไม่น้อยกว่า 30 ชนิด แถมยังเป็นสมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอีกต่างหาก ด้วยองค์ประกอบที่เอื้อในการปรุงอาหารให้มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะเหล่านี้ จึงยากที่จะไม่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชื่นชอบการลิ้มลองอาหารเด็ดจากทั่วโลก

เชฟไทย ผู้สร้างสรรค์อาหารไทย ฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน

                หากกล่าวถึงอาหารไทยที่อร่อยเด็ดด้วยเคล็ดลับต่าง ๆ คงจะไม่กล่าวถึงเชฟไทยซึ่งเป็นผู้ปรุงอาหารไปเไม่ได้ หากใครชอบติดตามข่าวในการแข่งขันทำอาหารในระดับโลก ก็คงจะพบเชฟไทยติดอันดับและเข้ารอบในการแข่งขันอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นประเทศแถบเอเชียหรือยุโรป เชฟไทยก็มักจะได้รางวัลกลับมาเสมอ ทั้งเชฟรุ่นใหญ่และรุ่นเยาว์ ด้วยฝีมือของเชฟไทยนี่เอง แม้กระทั่งสำนักข่าวอย่าง Munchies/Vice ให้ข้อมูลว่าในประเทศอเมริกา เมืองนิวยอร์ก อาหารไทยเป็นหนึ่งในเมนูที่ชาวนิวยอร์กชอบที่จะเลือกซื้อกลับบ้านหรือสั่งให้ทางร้านมาส่ง เพราะด้วยถูกใจในรสชาติและความอร่อย และด้วยความนิยมนี้จึงทำให้ร้านอาหารไทยมีอยู่แทบทุกย่านในมหานครนิวยอร์ก

จากความโดดเด่น มีอัตลักษณ์ของอาหารไทย ที่นิยมไปไกลถึงต่างแดน จึงเป็นสาเหตุให้รัฐบาลไทยเองนั้น มีการสนับสนุนทั้งในด้านการพัฒนาเยาวชนที่ชื่นชอบในการทำอาหารให้พัฒนาฝีมือเพื่อสร้างชื่อเสียงให้มากขึ้นในระดับโลก ตลอดไปจนถึงการส่งเสริมการเปิดร้านอาหารไทยในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้อาหารไทย ทำหน้าที่เป็นเสมือนฑูตทางด้านอาหารที่จะนำมาซึ่งชื่อเสียงและสร้างรายได้ให้กับคนไทยและประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

 

ใครใครก็ชอบเที่ยว มาหนีความวุ่นวาย ไปหายใจเต็มปอด กับขุมทรัพย์งดงามที่ธรรมชาติมอบให้

                ความเหนื่อยล้าจากการทำงานที่มากมายในแต่ละเดือน สิ่งที่จะชดเชยเวลาและสร้างความสดชื่นสดใสกลับคืนมาในชีวิต ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการได้ลาพักร้อนและออกเดินทางท่องเที่ยวไปไกล ๆ ด้วยความหลากหลายในรูปแบบของการท่องเที่ยวในปัจจุบัน ที่เฉพาะในประเทศไทย ก็มีมากถึง 12 ประเภทเลยทีเดียว จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มีการแบ่งแหล่งการท่องเที่ยวตามความสำคัญและสภาพแวดล้อม ทำให้การท่องเที่ยวแต่ละประเภทนั้นมีเอกลักษณ์ มีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน ให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้เลือกเที่ยวตามความชอบ แต่โดยส่วนมากแล้วการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมคงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติ การได้หลีกหนีจากสภาพความวุ่นวายในเมืองที่มีแต่ตึกสูงใหญ่ แล้วมาพบกับพลังแห่งธรรมชาติ จึงเป็นเป้าหมายในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติที่เข้าใจถึงความงดงาม เสมือนขุมทรัพย์ล้ำค่าที่ธรรมชาติมอบให้นี้

การท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ (Nature Based Tourism) นี่เอง เป็นไฮไลท์ของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 10 ล้านคนจากทั่วโลกในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาท่องเที่ยวในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ หรือ Ecotourism ที่คุ้นหูกันดี คือการท่องเที่ยวในแหล่งธรรมชาติตามท้องถิ่น นักท่องเที่ยวที่ชอบแนวนี้ก็มักจะมีความชื่นชอบกับการท่องเที่ยวไปกับธรรมชาติที่ผสมผสานไปกับวัฒนธรรมท้องถิ่นนั่นเอง หรือ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศทางทะเล (Marine Ecotourism) ที่ไม่เพียงชาวต่างชาติชื่นชอบ คนไทยด้วยกันก็นิยมพาครอบครัวไปเที่ยวกัน อย่างเช่น การไปชมแหล่งธรรมชาติทางทะเล เช่น ป่าโกงกาง หมู่บ้านชาวเล หรือ ดำน้ำดูปะการังและปลาต่าง ๆ และอีกรูปแบบที่มีความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agrotourism) เช่น การท่องเที่ยวไปชมการทำสวนเกษตร ชมฟาร์มเห็ด ฟาร์มแกะ หรือทุ่งดอกไม้ เหล่านี้ก็กลายเป็นเทรนด์ให้คนรักธรรมชาติได้เลือกไปเที่ยวพักผ่อนได้อย่างดี

การเตรียมตัวไปเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบ กับการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในแบบสร้างสรรค์

การท่องเที่ยวที่สร้างความประทับใจและความสุขใจ คงเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนหลงใหลและใฝ่ฝันถึง การวางแผนการท่องเที่ยวจึงเป็นส่วนสำคัญมากเช่นกัน ในการสร้างความสุขให้เกิดขึ้นทั้งก่อนและหลัง ดังนั้นในการเตรียมตัวสู่การท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบ การเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี ไม่รังแกธรรมชาติ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมและเพื่อนร่วมทาง ก็เป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรคำนึงถึง ด้วยแนวทางการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การวางแผนการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ เช่น การใช้รถไฮบริดที่ใช้พลังงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือเช่าจักรยานปั่นแทนมอเตอร์ไซต์ การเลือกที่พักที่ใส่ใจธรรมชาติและแม้กระทั่งการปิดไฟปิดแอร์ทุกครั้งที่ออกจากห้องพัก วิธีเลือกและการวางแผนเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอง ที่ช่วยทำให้การท่องเที่ยวสามารถสร้างความสุขใจให้เกิดขึ้นได้จริง ๆ

 

ไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ กับชีวิตติด Co-Working Space เข้างานเมื่อตื่น เลิกงานเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อความสะดวกสบายเขยิบเข้ามาใกล้กับชีวิตเราในทุกด้าน เพียงแค่หยิบมือถือหรือโน๊ตบุ๊คขึ้นมาทำงานที่ได้รับมอบหมาย การเข้างานแปดโมงเลิกงานห้าโมงเย็น ก็แทบจะเป็นวิถีชีวิตแบบเก่าที่ไม่มีใครทำไปซะแล้ว คนรุ่นใหม่ต้องการอะไรที่ตอบโจทย์ความสบายมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งการฉีกกฎของเวลาการเข้างาน นั่นจึงทำให้เกิด Co-working space ขึ้นเป็นดอกเห็ดในสังคมเมืองหลวงของประเทศไทย จากข้อมูลของภาควิชาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ให้ข้อมูลไว้ว่าในปี 2558 จำนวนธุรกิจ Co-Working Space เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีมากกว่า 40 แห่ง และในปัจจุบันก็น่าจะมีมากกว่าร้อยแห่งแล้ว นี่เป็นจำนวนที่บ่งบอกว่า ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มีแนวโน้มที่จะมีอิสระในการทำงาน ที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ที่เป็นออฟฟิศหลักมากขึ้นเรื่อย ๆ

ศูนย์รวมของคนที่ใช่ แหล่งค้นพบมิตรภาพใหม่ ๆ

เมื่อสถานที่อย่าง Co-Working space ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เรื่องของสถานที่ทำงานนอกออฟฟิศ แต่อาจสร้างโอกาสในการพบเจอกับเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน หรือทำธุรกิจที่เสริมกันได้ ก็อาจเป็นประโยชน์อีกด้าน ที่ทำให้ลูกค้าชื่นชอบการเข้ามานั่งทำงานในพื้นที่ทำงานร่วมกันนี้ เพราะลักษณะของกลุ่มผู้ใช้บริการ Co-Working space คือกลุ่มคนที่สามารถบริหารจัดการเวลาของตัวเองได้ ไม่โดนบังคับการเข้างาน หรือมีความยืดหยุ่นในการทำงานนั่นเอง ซึ่งโดยส่วนมากจึงเป็นกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอิสระ อย่าง Startup หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่กำลังเริ่มต้นธุรกิจและมีความริเริ่มที่จะลงมือสร้างกิจการของตนเอง กลุ่มคนประเภทนี้มักจะใช้เวลาอยู่ที่ Co-Working space นานมาก เพราะต้องการพื้นที่ในการระดมความคิด นัดเจอกลุ่มเพื่อนที่ประกอบธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ หรือนัดพบที่ปรึกษาของตน เพื่อพัฒนาไอเดียทางด้านธุรกิจกันอย่างเข้มข้น หรืออย่าง กลุ่มคนทำงานฟรีแลนซ์ ก็มักมาเป็นลูกค้าประจำ เพราะนอกจากพื้นที่ในการทำงานที่มีให้แล้ว Co-Working space บางแห่ง ก็มีบริการที่ครบถ้วน คือ มีตั้งแต่ อาหารเช้า ไปจนถึง อาหารค่ำ น้ำ นม ขนม มีพร้อม เรียกได้ว่าอยู่ด้วยกันไปได้ยาว ๆ จนกว่างานจะเสร็จได้เลย

รูปแบบและแนวทางของธุรกิจ Co-Working space จึงเรียกได้ว่าก่อตั้งมาตอบรับกระแสและอาชีพของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การขยายตัวของธุรกิจนี้ ก็ทำให้เกิดการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจขึ้นมากเช่นกัน ทำให้แต่ละแห่งต้องมีการลงทุนในการตกแต่งสถานที่เพื่อดึงดูดลูกค้า หรือจัดโปรโมชั่นลดราคากันมากมาย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักความอิสระในการทำงานนั่นเอง

 

ของเล่นยุคใหม่ การลงทุนของพ่อแม่ กับความแน่ใจในความคุ้มค่า ที่มาพร้อมกับการเสริมทักษะของลูก

เมื่อถึงวัยพัฒนาการของลูก ๆ คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองต่างก็มองหาของเล่น ที่จะมาเสริมสร้างการพัฒนาสมองของลูกให้ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด จึงเป็นเหตุให้มีงานเทศกาลของเล่นเกิดขึ้นมากมายทั่วโลก เช่น เทศกาลของเล่นนิวยอร์ก หรือในประเทศไทย เช่น งาน Thailand Toy Expo 2018 (ไทยแลนด์ ทอย เอ็กซ์โป 2018) งานมหกรรมแสดงของเล่นนานาชาติ ที่เพิ่งจัดขึ้นที่ศูนย์การค้าใจกลางกทม. ที่มีของเล่นใหม่ ๆ มาให้พ่อแม่เลือกชมและต่อยอดไอเดียบรรเจิดในการพัฒนาทักษะของลูก ๆ ไปสู่ความสามารถและทักษะที่ดีเพื่ออนาคตของพวกเค้า และในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล และการผลักดันความสามารถของเด็ก ๆ ไปสู่ความเป็นอัจฉริยะในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ และด้านต่าง ๆ อีกมาก รวมไปถึงความฉลาดทางด้านอารมณ์ ก็ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองยุคใหม่นี้ ต้องทำการบ้านอย่างดี กับการลงทุนซื้อของเล่นแต่ละชิ้น เพื่อสนับสนุนความสามารถของลูก ๆ ในอนาคต

ทักษะในศตวรรษที่ 21 คือ การบ้านของพ่อแม่ และเป้าหมายของการเรียนรู้ของเด็ก ๆ

ทักษะที่กล่าวถึงกันอย่างมากว่าเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นของเด็กยุคใหม่ ที่ต้องได้รับการพัฒนา เรียนรู้และปูทางสู่ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ คือ ด้านความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) ด้านการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ด้านการสื่อสาร (Communication) และด้านความร่วมมือกัน (Collaboration) ดังนั้นการบ้านของคุณพ่อคุณแม่ก็คือการจะส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านเหล่านี้ให้กับลูก ๆ ได้อย่างไรและด้วยวิธีใด จึงจะทำให้ลูกมีพื้นฐานที่ดีเพื่อการเติบโตขึ้นในสังคมยุคนี้ได้อย่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ของเล่นจึงเป็นตัวช่วยที่จำเป็นต้องเสาะหามาให้ลูก ๆ นั่นเอง

ของเล่นเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กในยุคนี้ มีวิวัฒนาการที่อิงกับเทคโนโลยีอย่างที่ไม่คิดว่าจะนำมาผสมผสานกันได้ เช่น ของเล่นที่ชื่อว่า PleIQ (เพลย์ ไอคิว) ที่ใช้เทคโนโลยี Augmented Reality หรือ เทคโนโลยีความจริงเสริม ที่ใช้โลกเสมือนมาเจอกับโลกจริง โดยมีเป้าหมายในการเล่นเพื่อพัฒนาทางด้านตัวเลข คำศัพท์ และบทเรียนเสริมความรู้ให้กับเด็ก ๆ ในช่วงอายุ 3-8 ขวบ แถมยังสามารถใช้ร่วมกับแอปพลิเคชันในแท็บเล็ต ที่มีกล้องเพื่อเพิ่มความน่าตื่นเต้นและช่วยในการจดจำได้ดีขึ้นอีกด้วย  หรือที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างบอร์ดเกม ที่เป็นเกมที่ต้องใช้ทักษะทั้งการคิดวิเคราะห์และการร่วมมือกันตลอดจนการสื่อสารกับผู้เล่นอื่น ๆ ในเกมก็เหมาะสมกับเด็ก ๆ ในช่วงอายุที่มากขึ้นไปจนถึงบอร์ดเกมที่สามารถเล่นได้ทั้งครอบครัวอีกด้วย

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจึงควรวางแผนเลือกของเล่นให้เหมาะสมกับลูก ๆ ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะต่าง ๆ และด้านงบประมาณที่ต้องลงทุนเพื่ออนาคตของลูก ๆ ในยุคเทคโนโลยีครองเมืองนี้เช่นกัน