เตรียมความพร้อมรับมือนักช้อปปลายปี สินค้าดี ๆ จะคว้ามาอย่างไร

อีกแค่ไม่กี่วันก็จะเข้าก้าวเข้าสู่ช่วงเทศกาลต้นรับปีใหม่ ใครที่วางแผนอะไรไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้วยังไม่ได้เริ่มก็ควรเริ่มลงมือทำได้แล้ว เพราะเวลาในแต่ละปีมันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริง ส่วนใครที่ลงมือทำแล้ว แต่ยังไม่สำเร็จก็ไม่ต้องกดดันตัวเองแค่เพียงได้เริ่มก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้ว

เมื่อช่วงเทศกาลปีใหม่กำลังจะเดินทางมาถึง นั้นแปลว่าเทศกาลส่งท้ายปีเก่าก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน และเชื่อได้ว่าช่วงเวลาส่งท้ายปี คือ ช่วงเวลาแห่งความสุขที่หลาย ๆ คนกำลังรอคอย ไม่ใช่ตื่นเต้นเพราะจะได้หยุดยาว ไม่ใช่ตื่นเต้นที่จะได้เลี้ยงฉลองสังสรรค์กับเพื่อน ๆ แต่มีสิ่งที่น่าตื่นเต้นกว่าสำหรับหนุ่มสาวนักช้อป คือ มันเป็นช่วงเวลาแห่งการลดราคาสินค้าแบบกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ส่งท้ายปี ใครที่จับจอง จ้องมอง สินค้าตัวไหนไว้และยังไม่มีทุนทรัพย์ที่จะซื้อมาตลอดปี ก็มักจะรอคอยช่วงเวลาแบบนี้กันทั้งสิ้น

จะเห็นได้ว่าปลายปีเมื่อใด สินค้าส่วนใหญ่ก็จะเริ่มลดราคาหลากหลายประเภท ทั้งของถูกของแพง ขายเหมาขายปลีก มีให้เลือกสรรอย่างต่อเนื่อง ช่วงปลายปีจึงเป็นช่วงระยะเวลาสวรรค์ของนักช้อปทั้งหลายแต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะมีโอกาสได้ของดีราคาถูกเสมอไป เพราะยิ่งของราคาถูกมากเท่าไรนักช้อปมักจะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น บางคนก็ช้อปเพื่อนำไปใช้เอง แต่บางคนก็จะมาในรูปแบบของนักช้อปพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ซื้อในราคาถูกเพื่อนำไปขายในราคาแพง หรือบางคนไม่ได้ซื้อไปขายแต่รับฝากรับหิ้วก็มีไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้น หากคุณคือ นักช้อปสินค้าลดราคาตัวจริง จำเป็นต้องมีวิธีการรับมือสำหรับการปะทะกับนักช้อปท่านอื่น เพื่อช่วงชิงสินค้าดีราคาถูกให้ทันเวลา

1. ท่องโลก Social อย่าให้ขาด

เรื่องนี้คิดว่าคงไม่ยากเกินความสามารถ เพราะหลายคนคงจะมีโลกโซเชียลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ปัจจุบันมีเพจที่คอยแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานที่ หรือสินค้าที่ลดราคาเกิดขึ้นอย่างมากมาย ถ้าไม่อยากพลาดโอกาสและมานั่งเสียดายในภายหลัง จงไปกดถูกใจ กดติดตาม เพจเหล่านั้นให้มาก ๆ ยิ่งกดมากเท่าไรยิ่งมีโอกาสรับรู้มากกว่าคนอื่นอย่างแน่นอน และสำหรับบางคนที่ไม่ชอบติดตามโลกโซเชียล ก็ลองหันมาสนใจดูบ้างเผื่อจะมีโอกาสได้ของดีราคาถูกแบบไม่ได้ตั้งใจ

2. เลือกตั้งแต่อยู่ที่บ้าน

เมื่อใดที่เจอสถานที่และทราบวันเวลาในการเปิดกระหน่ำซัมเมอร์เซลล์ที่แน่นอนแล้ว ต้องเตรียมตัวให้พร้อม อยากได้สินค้าอะไร แบบไหน ให้เลือกเอาไว้ตั้งแต่ที่บ้านเลย เมื่อไปถึงให้พุ่งตรงไปหาสิ่งที่อยากได้อย่างรวดเร็ว จะได้ไม่เสียเวลาในการเลือก เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสได้ในสิ่งที่ต้องการ เพราะสินค้าลดราคาบางชนิดมักมีจำนวนจำกัดและถ้ายิ่งลดราคามากก็ยิ่งมีคนต้องการมากเช่นกัน

3. ศึกษาดี ไม่เสียเวลา

แน่นอนว่าที่ใดมีของเซลล์ ที่นั้นย่อมมีนักช้อป คนจำนวนมากมายมหาศาลจะไปรวมตัวกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ถ้าคิดจะไปเป็นส่วนหนึ่งของการช้อปในครั้งนั้นแล้วละก็ ต้องเริ่มต้นจากการวางแผนที่ดี ศึกษาเส้นทางที่ง่ายและสะดวกในการเดินทาง เผื่อระยะเวลาสำหรับการจราจรที่คับคั่ง ถ้าจะให้ดีควรมีการวางแผนสำรองสำหรับการเดินทางด้วยเพราะสิ่งที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ

ดังนั้น ขอให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ นักช้อปไม่ว่าเป็นจะมือเก่า มือใหม่ มืออาชีพ หรือมือสมัครเล่น นำเกร็ดเคล็ดลับในการเตรียมความพร้อมสำหรับการช้อปสินค้าลดราคาปลายปีไปปรับใช้ เพื่อที่จะไม่พลาดโอกาสในการได้ของดีราคาถูก เพราะปลายปีมีครั้งเดียว โอกาสดี ๆ ของนักช้อปจึงมีไม่มาก จงอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปเตรียมตัวเตรียมใจและออกตามหาสิ่งที่อยากได้ไปด้วยกัน

 

ภูมิใจแค่ไหน ที่เกิดบนพื้นแผ่นดินไทย

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เกิดสื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ชนิดหนึ่งบนโลกออนไลน์ ที่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวเส้นทางการดำเนินธุรกิจในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา มีผลประกอบการที่ตกต่ำลง แต่ธุรกิจกลับยังคงได้กำไรอย่างต่อเนื่อง หลายคนคงจะไม่เข้าใจว่าในเมื่อผลประกอบการตกลงแล้วจะเอากำไรมาจากที่ไหน คำตอบที่ได้คือ กำไร ที่ไม่สามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้แต่วัดได้จากคุณค่าทางจิตใจ

ธุรกิจดังกล่าว เป็นธุรกิจน้ำผลไม้ที่รับซื้อวัตถุดิบโดยตรงจากเกษตรกร ทั้งยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาและ ส่งเสริมการปลูกผลไม้ เพื่อให้เกษตรกรได้มีรายได้สามารถหาเลี้ยงตัวเองและคนในครอบครัวให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สื่อโฆษณานี้ทำให้ได้ย้อนนึกถึงพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงเคยตรัสไว้ว่า “ขาดทุนคือกำไร” กำไรของพระองค์คือ การให้ ให้พสกนิกรชาวไทยทุกคนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอยู่มีกิน มีหนทางในการสร้างรายได้ หากทุกคนได้กินอิ่ม นอนหลับ มีเงินใช้จ่ายที่เพียงพอ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันก็จะลดน้อยลง หรืออาจจะหมดไปในที่สุด

การให้ ถือเป็นแค่เพียงส่วนเล็ก ๆ ที่พระองค์คอยตรัสสอนพสกนิกรทุกคนอยู่สม่ำเสมอ ยังคงมีหลักการดำเนินชีวิต และคุณธรรมอีกมากมายที่ท่านทรงทิ้งไว้ ซึ่งเชื่อได้ว่าไม่มีชาวไทยคนใดที่ไม่คิดถึงพระองค์ท่าน ถ้าจะพูดให้ถูกคงต้องบอกว่า ไม่มีชาวไทยคนใดที่จะสามารถลืมเลือนพระองค์ท่านออกไปจากหัวใจได้เลยต่างหาก

ทำอย่างไรเมื่อนึกถึงพระองค์ท่าน

คำถามนี้สามารถหาคำตอบได้โดยไม่มีข้อจำกัด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านคอยตรัส คอยสอน หรือแม้กระทั่งลงมือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ท่านต้องการให้ลูก ๆ ของท่านทุกคนได้ปฏิบัติตาม ขอแค่เพียงได้ทำตามสิ่งที่ท่านสอน แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการระลึกถึงท่านได้แล้ว

เราสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ แต่ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของ การเป็นคนดี ท่านคงไม่ได้หวังให้ทุกคนเป็นคนดีเฉพาะเวลาที่นึกถึงท่าน แต่ท่านคงหวังให้ทุกคนประพฤติ ปฏิบัติตัวเป็นคนดีอยู่ตลอดเวลาที่ยังคงมีลมหายใจ เพราะการเป็นคนดี จะสามารถทำให้ชีวิตได้พบเจอกับคำว่าความสุขได้ในทุกรูปแบบ ไม่ต้องรวย ไม่ต้องจน ไม่ต้องมียศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ต้องเก่งเหมือนใคร ๆ ก็สามารถเป็นคนดีได้ ทุกคนเกิดมาก็มาแต่ตัววันหนึ่งที่ต้องตายก็เอาไปได้แค่ตัว แต่ความดีที่สั่งสมมา จะยังคงถูกจารึกและจดจำให้คนรุ่นลูกรุ่นหลานได้รำลึกถึงตลอดไป

ถ้าหากมีใครมาถามว่าภูมิใจไหมที่เกิดมาเป็นคนไทย อยู่บนพื้นแผ่นดินไทย เชื่อได้ว่าคนไทยทั้งประเทศจะต้องยิ้มและตอบด้วยความภาคภูมิใจเป็นที่สุด อย่างน้อยในชีวิตหนึ่งได้เกิดมาอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน ได้เรียนรู้คำสั่งสอนและนำไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เพียงเท่านี้ก็มีค่ามากกว่าจะเอาเงินทองมาเปรียบได้ และถ้าหากวันนี้คุณยังรักพื้นแผ่นดินไทยนี้ไม่มากพอ ขอให้คุณกลับไปศึกษาพระราชกรณียกิจที่พระองค์ท่านทรงทำแล้วคุณจะได้รู้ว่าการรักพื้นแผ่นดินไทยแห่งนี้มีคุณค่ามากแค่ไหน

 

แท้จริงแล้วคุณรัก..ผูกพัน..เคยชิน หรืออดทน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคสมัย ปัญหาใหญ่ที่ทำให้วัยรุ่นส่วนมากหนักอกหนักใจ ไม่เป็นอันกินอันนอนคงหนีไม่พ้นเรื่องของ ความรัก ไม่ว่าจะแอบรักเขา หรือเขาแอบรักเรา หรือรักซ้อนซ่อนเงื่อน สี่เศร้าห้าเศร้า หรือรักกันมีแต่ปัญหา หรือโดนหมดรักหักอก หรืออะไรก็แล้วแต่ ล้วนแต่เป็นประเด็นหลักที่วัยรุ่นส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ของชีวิต

อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้หมายเฉพาะเจาะจงแต่วัยรุ่นเท่านั้น เรื่องความรักมันสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงชีวิต แต่คนที่มีวุฒิภาวะหรือประสบการณ์ชีวิตที่มากกว่า ย่อมจะมีวิธีการหรือหาทางออกให้กับปัญหานี้ได้ดีกว่าเด็กวัยรุ่น แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะคนบางคนก็ไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาเรื่องรัก ๆ ได้ด้วยตัวเอง

โดยเฉพาะคู่รักที่คบกันมาเป็นระยะเวลานานดูแล้วน่าจะหาทางออกให้กับปัญหาได้ง่ายกว่าคู่รักที่เพิ่งเริ่มคบกันเสียอีก แต่บางคู่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ยิ่งคบกันนานมากเท่าไรเวลาเกิดปัญหามักจะมองไม่เห็นทางออก จึงทำให้ต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เป็นคนยอมอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้ความสัมพันธ์เดินหน้าต่อไปได้ จนทำให้ลืมหันกลับมามองว่าสิ่งที่เป็นอยู่นั้น แท้จริงมันคือความรัก ความผูกพัน ความเคยชิน หรือความอดทนกันแน่

ถามใจตัวเองสักครั้งว่ามันคืออะไร

หากใครตอบว่านั้นคือ ความรัก การยินยอมให้อีกฝ่ายจึงเป็นวิธีการที่ถูก เพราะความสมบูรณ์แบบในความรักไม่มีอยู่จริง โลกจึงต้องสร้างใครคนหนึ่งให้เป็นฝ่ายยอมอีกคนหนึ่งเสมอเพื่อสรรค์สร้างความรักให้งดงามตามแบบฉบับของคนสองคน

หากใครตอบว่านั้นคือ ความผูกพัน หรือความเคยชิน ให้กลับไปทบทวนหัวใจดูว่ายังคงมีความรักให้กับอีกฝ่ายบ้างหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ยังรักอยู่ จงกลับไปพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้เป็นเหมือนวันแรกที่รักกันเพราะหากจำต้องคบหากันหรือใช้ชีวิตร่วมกันด้วยความผูกพัน หรือทนยอมด้วยความเคยชินแล้ว สักวันหนึ่ง ความรักที่เคยสร้างร่วมกันจะค่อย ๆ สลายหายไปอยู่ดี

แต่หากใครตอบว่านั้นคือ ความอดทน ขอให้หาคำตอบต่อว่า อดทนไปเพื่ออะไร หากต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้ชีวิตอยู่บนคำว่าอดทน แล้วความรักของทั้งคู่คืออะไรกันแน่ คำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะให้คำตอบมันออกมาในรูปแบบไหน หากต้องคบกันด้วยคำว่าอดทนเพียงคำเดียวจะคบกันไปเพื่ออะไร เพราะความอดทนย่อมมีขีดจำกัด ไม่วันนี้ก็วันหน้าความอดทนก็ต้องสิ้นสุดลง

ฉะนั้น คู่รักทุกคู่ต้องหมั่นสำรวจตัวเองและคนรักว่า ทุกวันนี้ที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมัน คือ ความสุขที่ต้องการจริงแล้วหรือ เรื่องความรักไม่มีใครถูกผิด ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ขึ้นอยู่กับคนสองคนที่ต้องเรียนรู้กันไปตลอดชีวิต เพราะจิตใจ พฤติกรรม และความคิดของมนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดของการประคองความรักคงต้องอาศัยเครื่องมือหลักอย่างความเข้าใจและการให้อภัยซึ่งกันและกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่ง ปัญหาความรักใด ๆ ก็คงไม่มีหนทางที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

อารมณ์…ตัวสร้างหรือบ่อนทำลายสถาบันครอบครัว

ครอบครัว..คำ ๆ นี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ทุกคนที่เกิดมาต้องรู้จักเป็นอย่างดี ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะให้คำนิยามไว้ว่าอย่างไร สังคมไทยมักสอนอยู่เสมอว่า สิ่งสำคัญมากที่สุดในชีวิต คือ คนในครอบครัว เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามหรือละเลย สถาบันครอบครัวจึงถือเป็นพื้นฐานแรกในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน แต่ยังคงมีอีกหลายชีวิตที่ต้องมีสภาพของครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์ หรือแบบที่เรียกว่า บ้านแตกสาแหรกขาด

ปัจจุบันปัญหาครอบครัวที่พ่อไปทาง แม่ไปทาง ลูกไปทาง เกิดขึ้นในสังคมอยู่ทุกวันอย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าลูกกำลังอยู่ในช่วงวัยรุ่น ที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วยแล้วนั้น โอกาสที่ครอบครัวจะแตกแยกก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นมาก แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าลูกเป็นวัยรุ่นหรือไม่ แท้จริงแล้วตัวการสำคัญของการเกิดปัญหา คือ อารมณ์หรือความรู้สึกของคนในครอบครัว เสียมากกว่า

ลองคิดดูว่าการที่บ้านแตกเกิดจากอะไร คำตอบคือ คนในครอบครัวไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน ทำให้ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ และอะไรคือสาเหตุของการทะเลาะกัน คำตอบคือ การที่ไม่มีใครยอมใคร คิดแต่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูก และมองข้ามความคิดของคนอื่น พอเมื่อได้ทะเลาะกันแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่มันถูกกักเก็บไว้ในจิตใจจะพรั่งพรูออกมาจากปากอย่างไม่มีวันหมด และคำพูดที่ออกมาจะกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้รับฟังเกิดความรู้สึก และแสดงออกมาในรูปแบบของอารมณ์ที่รู้สึกในขณะนั้น แต่ขึ้นชื่อว่าทะเลาะ คงไม่มีคำพูดที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีเป็นแน่และยิ่งถ้าผู้พูดหรือผู้ฟังเป็นคนที่ยังไม่สามารถคิด วิเคราะห์ แยกแยะ หรือควบคุมอารมณ์และความรู้สึกตัวเองได้ด้วยนั้น ปัญหาบ้านแตกก็คงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

เช่นนั้นแล้ว ในฐานะของคนเป็นพ่อ เป็นแม่ หรือเป็นลูก ควรมีวิธีการตั้งรับเมื่อกำลังรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสภาวะของอารมณ์ที่คุกรุ่น เพื่อป้องกันไม่ให้แสดงตัวตนออกมาในรูปแบบที่ไม่ควรจะเป็นได้ด้วยวิธีการดังนี้

1. อารมณ์ไม่ดี ไม่คุย

ถ้าเมื่อใดที่รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ ให้แยกตัวออกมาจากคนรอบข้างทันที เพราะหากยังคงฝืนทนอยู่ต่อไป นั้นจะเป็นช่องโหว่ของการแสดงตัวตนในด้านมืดออกมา จงออกไปสงบจิตสงบใจ หาวิธีการผ่อนคลาย ทบทวนตัวเอง ทบทวนปัญหา หาทางออกและค่อยกลับมาแก้ไขต่อไป

2. เหตุผลสำคัญกว่า

การพูดคุยกันด้วยเหตุผล ย่อมหาทางออกได้ง่ายกว่าการใช้อารมณ์อย่างแน่นอน เพราะการที่คนเราจะตัดสินใจทำอะไรลงไปสักอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าเขาต้องมีเหตุผลแล้วภายในใจ หากลูกทำผิด คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็ลองเปิดใจรับฟังเขาสักนิด ให้เขาได้อธิบาย ให้เขาได้แสดงความคิดเห็น หากเขาผิดก็ว่ากล่าวตักเตือนสั่งสอนกันไปตามที่เห็นควร หลีกเลี่ยงการดุด่าทุบตี หรือการใช้ความรุนแรง เพราะเขาคือลูก เขาคือคน ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง ส่วนคนเป็นลูก เมื่อรู้ว่าตัวเองทำผิดก็ต้องยอมรับในผลการกระทำของตัวเอง และจดจำไว้เป็นบทเรียนเพื่อไม่กระทำผิดซ้ำอีกในอนาคต

3. Social ทำพิษ

หากอยู่ในภาวะของอารมณ์ที่ไม่สู้ดีนัก สิ่งที่ไม่ควรกระทำคือ การระบายความรู้สึกลงบนโลกโซเชียล เพราะโลกโซเชียลจะเป็นตัวกลางในการถ่ายทอดความรู้สึกนั้นอย่างรวดเร็ว และไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้อีก จริงอยู่ว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะโพสต์ หรือจะแชร์ อะไรก็ได้ แต่หากกระทำด้วยอารมณ์ นอกจากจะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแล้วอาจเป็นการเพิ่มปัญหาอีกด้วย

ดังนั้น จงอย่าปล่อยให้อารมณ์ครอบงำความเป็นตัวตน บางคนไม่ใช่คนที่มีจิตใจเลวร้ายอะไร แต่มักกระทำสิ่งที่รุนแรงลงไปแบบไม่รู้ตัว เพราะสาเหตุมาจากอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นตัวนำพาทั้งสิ้น และสิ่งที่จะช่วยระงับเพลิงไฟในจิตใจก็คงต้องใช้ สติ เป็นตัวช่วย หากมีสติ ก็จะสามารถควบคุมอารมณ์ได้ หากควบคุมอารมณ์ได้ ความรุนแรงก็จะไม่เกิด และเมื่อความรุนแรงไม่เกิด ก็จะนำมาซึ่งความสุขทั้งของตัวเองและคนในครอบครัว