กีฬานั้นดีและประโยชน์มาเล่นกีฬากันเถอะ

กีฬานั้นมีหลายประเภทและหลายชนิดกีฬา อยู่ที่ว่าคุณจะชอบเล่นกีฬาอะไร ไม่ว่าจะเด็ก ผู้ใหญ่ เพศหญิงหรือเพศชายก็สามารถเล่นกีฬาทุกชนิดกันได้หมด กีฬาก็มีหลายอย่าง เช่น ฟุตบอล วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ ตระกร้อ ฟันดาบ เป็นต้น ซึ่งบางชนิดก็สามารถเล่นคนเดียวได้แต่บางชนิดก็ต้องอาศัยคนรอบข้างเล่นด้วย แล้วแต่เราจะเลือกเลยว่าเราชอบเล่นแบบไหน ที่สำคัญกีฬาก็เหมือนเรื่องทั่วไป ที่มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีของกีฬามีดีหลายอย่าง ซึ่งนอกเหนือจากจะทำให้ผู้ที่ได้เล่นมีร่างกายและสุขภาพที่แข็งแรงแล้ว กีฬายังเป็นสื่อกลางในการหาเพื่อนด้วย เพราะหากใครก็ตามมีความเชื่อและยังชอบอะไรเหมือน ๆ กันนั้นเวลาได้เจอกันแล้ว จะทำให้เราคุยกันง่ายขึ้น และยังสามารถร่วมกันทำกิจกรรมที่ชอบนั้น ๆ ได้นานขึ้นอีกต่างหาก แถมยังทำมันได้ดีมาก ๆ ด้วย

นอกจากหาเพื่อนแล้วกีฬายังสามารถช่วยผ่อนคลายจากความเครียดได้อีกด้วย จากคนที่เครียดอยู่พอได้ไปเล่นกีฬาแล้วมันจะทำให้ลืมความเครียดไปได้ด้วยเหมือนกัน อันนี้มีหลาย ๆ คนได้พิสูจน์มาแล้วและก็ได้ผลจริงเช่นนั้น และปัจจุบันนี้กีฬาบางประเภทก็สามารถนำมาเป็นอาชีพได้ด้วย ซึ่งนับว่ามันดีมากเพราะนอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้วยังมีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวอีกด้วย ยิ่งในวงการฟุตบอลอาชีพแล้ว ปัจจุบันค่าเหนื่อยต่อเดือนก็หลายหมื่นบาทเลยทีเดียว

 ซึ่งที่เรากล่าวมายังเป็นแค่ส่วนหนึ่ง กีฬายังมีดีอีกมากมายซึ่งเราอยากเชิญชวนให้คุณลองมาเล่นกีฬาและหาคำตอบให้ตัวเอง เพราะระหว่างการที่ได้ฟังคนอื่นพูดอาจไม่เข้าใจเท่ากับการที่ได้ลงมือทำเอง รับรองได้อย่างหนึ่งว่ากีฬามันดีกับตัวคุณอยู่แล้ว เหลือแค่ตัวคุณเองแล้วที่ต้องมาพิสูจน์ผลลัพธ์สุดพิเศษของกีฬา

และยิ่งในทุกวันนี้มีทั้งศูนย์ฝึก ทั้งอะคาเดมี่ให้คุณได้ลองไปฝึกฝนด้วยค่าบริการอันแสนถูกเกิดขึ้นมากมาย และหากคุณโตจนเกินว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพด้วยตัวเองแล้ว หากคุณมีลูกหลานอยู่ ก็ยังเป็นส่วนร่วมในการสนับสนุนให้พวกเขาได้ และอีกทางหนึ่งคือการเข้าร่วมโครงการบริจาคสิ่งของ หรือทุนการศึกษาให้กับนักกีฬาหรือโรงเรียนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพียงเท่านี้คุณก็มีส่วนร่วมในการทำให้กีฬามีประโยชน์ต่อคุณ ต่อสังคม และต่อผู้อื่นแล้ว

สุดท้ายนี้ถึงการเล่นกีฬาจะมีดีอยู่มากมาย แต่มันก็ยังมีข้อเสียอยู่บ้าง ก็คือถ้าคุณเล่นจนหักโหมมากไปมันจะทำให้ร่างกายของคุณรับไม่ไหวและจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ อย่างน้อยในการเล่นกีฬาในอาทิตย์หนึ่งควรจะพักซักหนึ่งวันและเมื่อคุณมีอาการบาดเจ็บก็ควรหยุดเล่นก่อน รอให้มันหายก่อนแล้วค่อยมาเล่นใหม่ก็ได้ เพราะกีฬาไม่หนีคุณไปไหนหรอก

สิ่งสุดท้ายและความใฝ่ฝันของนักฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีข้อบังคับให้ใช้ผู้เล่นข้างละ 11 คน มีเวลาในการแข่งขัน 90 นาที ไม่รวมช่วงทดเวลาและในช่วงที่แข่งกันอยู่นั่นทีมไหนทำประตูได้มากกว่าก็ชนะไปในบางการแข่งขันเมื่อทำประตูได้เท่ากันก็เสมอกันไปบางรายการก็ต้องต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละ 15 นาที ถ้ายังหาผู้ชนะไม่ได้ก็ยิงจุดโทษหาผู้ชนะให้ได้ นี่แหล่ะที่เรียกว่ากีฬา “ฟุตบอล”

สิ่งสำคัญของฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันเป็นอย่างมากไม่มีหรอกที่จะเล่นคนเดียวแล้วทำให้ทีมชนะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม อย่างเช่น เมสซี่ ทำไมเวลาอยู่กับสโมสรถึงประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายแต่ทำไมมาเล่นให้ทีมชาติถึงไม่ประสบความสำเร็จเลยนั่นแหล่ะคือคำตอบฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีมไม่ใช่แค่คนเล่น 11 คนเท่านั้นแต่มันรวมถึงโค้ชด้วยที่มีผลทำให้ทีมชนะและผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่สำคัญก็คือ “กองเชียร์”

ฟุตบอลนั้นกว่าจะมาตั้งเป็นทีมสักทีมหนึ่งได้นั้นมันยากมาก ไหนจะต้องหาโค้ชมาพอหาโค้ชได้แล้วก็ไปหานักเตะต่อพอไปหานักเตะก็ต้องมาซ้อมลงทีมก่อนว่ามีใครเล่นดีบ้างจากนั้นก็คัดมาเป็นตัวจริง 11 คน และต้องมาเลือกว่าใครควรเป็นตัวสำรองไหนก่อนจะลงแข่งจริง ๆ ก็ต้องรอดูอีกว่านักฟุตบอลตัวจริงนั้นมีคนไหนมั่งที่ร่างกายไม่พร้อมเล่นถ้าไม่พร้อมก็ต้องหาตัวมาแทนที่แต่พอถึงวันจริงแล้วสิ่งที่เตรียมมาเป็นเดือนจะมาตัดสินกันภายใน 90 นาที ซึ่งในเวลาช่วงนี้แหล่ะเป็นช่วงที่ทดสอบนักฟุตบอลของจริงซึ่งที่ซ้อมมาหลายเดือนอาจไม่มีค่าถ้าในวันจริงเราไม่ตั้งใจเล่นนี่แหล่ะคือชีวิต “นักฟุตบอล”

ความต้องการของนักฟุตบอล

เชื่อว่านักฟุตบอลก็ต้องมีความต้องการที่จะเป็นที่หนึ่งในวงการให้ได้แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้แม้แต่ตอนนี้เราก็ยังตัดสินไม่ได้ว่า “เมสซี่” กับ “โรนัลโด้” ใครคือที่หนึ่งกว่าจะตัดสินกันได้ก็จะมีเด็กยุคใหม่ขึ้นมาแทนและคนเก่าก็จะเป็นได้แค่ตำนานผลสุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าใครคือที่หนึ่งซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่นักฟุตบอลต้องการจริง ๆ ก็คือเงินและชื่อเสียงตอนเริ่มเตะใหม่ ๆ ก็ต้องการชื่อเสียงพออยู่ไปนาน ๆ ก็ต้องการเงินและพอเริ่มถึงบั่นปลายแล้วบางคนก็จะผันตัวมาเป็นโค้ชบางคนก็มาทำงานที่เกี่ยวกับฟุตบอลอย่างเช่น เทรนเนอร์ หรือ เปิดอะคาเดมี่เป็นของตัวเอง เป็นต้น เพื่อที่จะได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักไปให้นานที่สุดแม้ตัวจะไม่ได้เล่นแต่ขอให้ได้อยู่เคียงข้างไปกับมันก็พอใจแล้วนี่แหล่ะคือคนที่รักมันจริง ๆ ถึงจะไม่ได้เป็นผู้เล่นแต่ขอให้ได้อยู่กับมันจนวินาทีสุดท้ายก็พอใจแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่าง “พี่เลี้ยง” กับ “นักมวย”

ในการชกมวยนั้นส่วนมากคนที่ดูก็จะดูแต่นักมวย พอนักมวยชนะจนดังและมีชื่อเสียงคนก็จะจำแต่ชื่อนักมวยที่ตนเองชอบเท่านั้น แต่ในความสำเร็จของนักมวยนั้นยังมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระ ก็คือพี่เลี้ยงนักมวยซึ่งเป็นผู้ที่สำคัญสำหรับนักมวยมาก เพราะเป็นผู้ที่คอยดูแลนักมวยตั้งแต่ตอนซ้อมจนถึงตอนขึ้นชก แม้กระทั่งตอนชกพี่เลี้ยงก็ยังมีส่วนช่วยให้นักมวยชนะได้ เพราะระหว่างช่วงที่พักยกนั้นพี่เลี้ยงจะคอยบอกว่าเราควรจะทำอย่างไรให้ชนะ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักมวยก็คือ “พี่เลี้ยง”

พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงกับนักมวยแล้วนับว่าเป็นอะไรที่มันลึกซึ้งมาก เพราะตลอดเวลาก่อนจะขึ้นชกนั้นนักมวยจะต้องฝึกซ้อมกับพี่เลี้ยงตลอด ซึ่งคนที่จะเห็นจุดอ่อนของนักมวยได้ดีที่สุดก็คือพี่เลี้ยง เมื่อเห็นจุดอ่อนของนักมวยแล้วพี่เลี้ยงก็จะพยายามหาวิธีแก้จุดอ่อนนั้น และหาทุกวิถีทางที่จะทำให้นักมวยของตัวเองแข็งแกร่งขึ้น พูดง่าย ๆ พี่เลี้ยงก็เหมือนพ่อนักมวยอีกคนก็เป็นไปได้ เพราะทั้งพี่เลี้ยงและนักมวยมีความเกี่ยวพันธ์ค่อนข้างสูง ถ้านักมวยได้ดีตัวพี่เลี้ยงก็จะได้ดีไปด้วย ซึ่งเหตุนี้เชื่อได้เลยว่าพี่เลี้ยงไม่น่าจะคิดไม่ดีกับนักมวย และนอกจากพี่เลี้ยงจะศึกษาความสามารถของนักมวยแล้วพี่เลี้ยงยังต้องศึกษานักมวยที่จะขึ้นชกกับนักมวยตัวเองว่าอีกฝั่งชกอย่างไรและควรให้นักมวยของเรารับมืออย่างไร

ซึ่งการเป็นพี่เลี้ยงมันยากกว่าเป็นนักมวยอีก เพราะในบางครั้งก็จะมีนักมวยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยมาขึ้นชกกับนักมวยของตัวเอง ซึ่งทำให้พี่เลี้ยงไม่สามารถบอกได้ว่าควรจะชกอย่างไร ได้แค่บอกนักมวยของตัวเองอย่างเดียวก็คือชกอย่างที่เคยชกก็พอ ซึ่งในวันที่ชกจริงแล้วบางอย่างอาจไม่ได้เป็นอย่างที่พี่เลี้ยงสอน อย่างเช่นนักมวยที่เจอเป็นนักมวยถนัดขวา แต่วันจริงนักมวยคนนั้นเป็นนักมวยถนัดซ้าย ซึ่งถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้พี่เลี้ยงก็ตั้งหน้าตั้งตาดูและเฝ้ามองนักมวยของตัวเองชก และคอยบอกข้างสนามว่าอย่าประมาทและต้องรอดกลับมาฟังแผนของพี่เลี้ยงในช่วงพักยกให้ได้นะ พอนักมวยได้ยินก็จะทำตามเพราะคิดว่าพี่เลี้ยงต้องมีแผนดี ๆ แน่นอนนี่แหล่ะคือความผูกพันธ์สำหรับพี่เลี้ยงกับนักมวย

ในมุมของพี่เลี้ยงแล้วเมื่อนักมวยของตนเองได้ขึ้นชกไม่ว่าผลของมันจะออกมาแพ้หรือชนะนั้นไม่สำคัญ สิ่งที่พี่เลี้ยงคิดและต้องทำให้ได้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้นักมวยของตนเองกลับบ้านโดยปลอดภัย นี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าหน้าที่ของ “พี่เลี้ยง”