จะเป็นอย่างไร ถ้าแกเร็ธ เบลกลับเกาะอังกฤษอีกครั้ง ในรังสาลิกา

เป็นข่าวที่มีแฟนฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษจับตาดูกันอย่างมาก สำหรับข่าวการเทคโอเวอร์ สโมสรสาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด จากกลุ่มทุนเงินหนา จากตะวันออกกลาง ที่นำโดยเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แงซาอุดิอาระเบีย เพราะหากการเจรจานี้ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีแล้ว การเทคโอเวอร์ครั้งนี้ มันอาจจะสร้างแรงสั่นสะเทือนอย่างมหาศาล ต่อวงการฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเลยก็เป็นได้

ด้วยเม็ดเงินจำนวนมหาศาล ของกลุ่มทุนที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของใหม่ ของทัพสาลิกา ที่มีตัวเลขเงินทุนสูงกว่ากลุ่มทุนที่เข้ามาสร้างความยิ่งใหญ่ ให้กับทัพเรือใบสีฟ้าเสียอีก ดังนั้นจึงคาดกันว่า เม็ดเงินของพวกเขา จะเข้ามาสร้างความแตกต่างอย่างมาก ให้กับสาลิกาดง ที่เคยมีเจ้าของจอมงกอย่าง ไมค์ แอชลีย์ เพียงแค่เริ่มมีการเจรจากันเท่านั้น ชื่อของสุดยอดผู้เล่นค่าตัวแพงจากทั่วทั้งทวีป และทั่วโลก ต่างถูกโยงเข้ามาในลิสต์ของพวกเขา และที่ตกเป็นข่าวฮือฮาและน่าสนใจที่สุด ก็คือข่าวที่ว่า นักเตะเป้าหมายแรกของพวกเขานั่นก็คือ แกเร็ธ เบล แนวรุกตัวอันตรายของราชันชุดขาว เรอัล มาดริดนั่นเอง

แกเร็ธ เบล ซึ่งตอนนี้กำลังมีปัญหา ระหองระแหงกับทางต้นสังกัดอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมันทำให้เขามีแนวโน้มว่าจะถูกทางราชันขายทิ้งค่อนข้างแน่นอน เพราะเจ้าตัวเล่นมีปัญหาทั่วไปหมด ทั้งกับผู้จัดการทีมอย่างซีเนดีน ซีดาน การเข้ากับเพื่อนร่วมทีมไม่ได้ และแฟนบอลก็ต่อต้านเขาอย่างมาก ถึงแม้จะทำผลงานได้โอเค ในเวลาที่ได้โอกาสลงสนาม แต่เมื่อดูจากปัญหาแล้ว เชื่อว่าการขายเขาออกจากทีม น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทีม

ทางเรอัล มาดริดตั้งค่าหัวตัวรุกวัย 30 ปี ไว้ที่ ราว 55 ล้านปอนด์ ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่มากนัก สำหรับกลุ่มทุนเงินหนา รวมไปถึงค่าเหนื่อยที่เขารับอยู่ที่ปีละ 15 ล้านยูโร ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาเช่นกัน ดังนั้นมันคงจะขึ้นอยู่กับว่า ข้อตกลงส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายแล้ว ส่วนเรื่องฝีเท้าและผลงานนั้น คงไม่ต้องกังวลมากนัก เพราะเขาสร้างตัวและพัฒนาฝีเท้า มาจากเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษนี่แหละ โดยเขาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปแล้วถึง 146 นัด กับ 42 ประตูกับสเปอร์ โดยเฉพาะฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีม เมื่อถูกดันขึ้นมาเป็นผู้เล่นแนวรุกเต็มตัว เขากดไปถึง 21 ประตู จาก 33 นัดในลีก

เชื่อว่าหากนิวคาสเซิล ได้เบลมาเสริมทัพจริง เกมรุกของพวกเขาจะยกระดับขึ้นมาอย่างมากแน่ เพราะเบลถือว่าเป็นผู้เล่นที่ครบเครื่อง คนหนึ่งในโลกฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ทั้งทักษะ ความเร็ว การไปกับบอล การจบสกอร์ ทั้งบนพื้นและกลางอากาศของเขาก็นับว่าเป็นเลิศ ทั้งยังพ่วงด้วยการเล่นลูกตั้งเตะอีกต่างหาก หากดึงเบลมาแล้วเสริมทัพด้วยผู้เล่นตัวสร้างสรรค์เกมดี ๆ อีกซักคนละก็ แนวรุกของสาลิกา จะโหดขึ้นอย่างผิดหูผิดตาเลยทีเดียว

เชื่อว่าดีลนี้มีโอกาสสูงมากเลยที่จะเกิดขึ้น เพราะทางทีมใหม่ก็เงินถึง ทางทีมเก่าก็อยากปล่อยออก และทางเจ้าตัวก็คงไม่อยากจะทนอยู่ ในที่ที่ตัวเองไม่มีความสุข ดังนั้นหากทางมหาเศรษฐี เจ้าของทีมใหม่ต้องการตัวเขาจริง เราคงจะได้เห็นแกเร็ธ เบล กลับมากระชากลากเลื้อย บนเกาะอังกฤษอีกครั้ง และบอกเลยว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษฤดูกาลหน้า จะต้องสนุกสุด ๆ อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้เพียงแค่คิดก็ยังสนุกและตื่นเต้นขนาดนี้แล้ว แทบจะรอไม่ไหวกันเลยทีเดียว

เครดิตภาพ : https://www.standard.co.uk/sport/football/realmadrid/zinedine-zidane-asked-11-questions-about-gareth-bale-real-madrid-press-conference-a4273496.html

โควตานักตบต่างชาติ ในโคโว-วีลีก เกาหลีใต้ บททดสอบครั้งใหญ่ของ “เพียว” อัจฉราพร

เมื่อไม่นานมานี้ แฟนวอลเลย์บอล และแฟนกีฬาชาวไทย คงจะได้ยินข่าวที่น่าสนใจนี้กันถ้วนหน้า เมื่อมีข่าวว่า “เพียว” อัจฉราพร คงยศ นักตบสาวขวัญใจชาวไทย ได้ยื่นใบสมัครเข้าร่วม การคัดตัวนักกีฬาวอลเลย์บอล จากต่างชาติเพื่อเข้าร่วมรายการแข่งขัน โคโว-วีลีก ฤดูกาล 2020-2021 หรือการแข่งขันวอลเลย์บอลลีกอาชีพ ของเกาหลีใต้นั่นเอง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า การย้ายไปเล่นลีกอาชีพในเกาหลี ต้องทำการคัดตัวทำไม สาเหตุที่จะต้องมีการคัดตัวผู้เล่นจากต่างชาติ ที่จะเข้าไปเล่นในลีกนั้น มีสาเหตุมาจากการที่ ทางโคโว-วีลีก ได้กำหนดกติกาไว้ว่า แต่ละทีมในลีก จะสามารถใช้ผู้เล่นต่างชาติ ได้เพียงแค่ 1 คนเท่านั้น และในลีกอาชีพของเกาหลีใต้เอง ก็มีทีมที่ร่วมการแข่งขันอยู่ทั้งหมด เพียงแค่ 6 ทีมเท่านั้นเอง นั่นก็เท่ากับว่า การคัดตัวครั้งนี้จะมี นักกีฬาที่ได้สิทธิ์ทั้งหมด เพียงแค่ 6 คนเท่านั้นเอง จากนักกีฬาที่เข้าร่วมการคัดเลือกทั้งหมดกว่า 50 คน ซึ่งต้องบอกว่า ไม่ใช่งานง่ายเลยสำหรับการคัดตัวครั้งนี้

การคัดตัวสู่โคโว-วีลีกครั้งนี้ จึงถือว่าเป็นความท้าทายครั้งใหญ่เลยทีเดียว สำหรับเส้นทางชีวิตสายกีฬา ของนักตบขวัญใจชาวไทย ถึงแม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา อัจฉราพรจะโชว์พลังตบได้ดีมาตลอด และสร้างความสุขให้แก่แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยมาอย่างมากมาย และพวกเราเห็นแล้วว่าเธอเก่งแค่ไหน แต่การคัดตัวผู้เล่นครั้งนี้ ก็เต็มไปด้วยผู้เล่นยอดฝีมือมากมายหลายคน ที่ต่างก็จับจ้องไปยังเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นจากยุโรปและอเมริกา ที่ได้เปรียบในเรื่องส่วนสูงเป็นทุนอยู่แล้วด้วย นั่นยิ่งเพิ่มความยากในการแข่งขันมากขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้ว่าจะยากอย่างไร ชีวิตนักกีฬาก็ต้องเกิดมาเพื่อการแข่งขันอยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสมาวางอยู่ตรงหน้า ก็คงต้องลองดูสักครั้งหนึ่ง ว่าจะสามารถก้าวผ่านไปได้หรือไม่ ถ้าหากผ่านการทดสอบครั้งนี้ได้ ก็นับเป็นความสำเร็จครั้งหนึ่ง ในการเล่นวอลเลย์บอลอาชีพของเธอ ควบคู่ไปกับการคว้าความสำเร็จอย่างมากมาย กับทีมชาติไทย

“เพียว” อัจฉราพร คงยศ นับว่ามีโอกาสที่ดีมาก เมื่อได้รับข้อเสนอในการเข้าร่วมคัดตัวครั้งนี้ ในวัยเพียงแค่ 24 ปี ซึ่งยังเหลือเวลาให้พัฒนา และไขว่คว้าความสำเร็จได้อีกนานหลายปี และหากเธอทำได้สำเร็จ สามารถผ่านการคัดตัวครั้งนี้ได้ มันจะสร้างผลดีอย่างมากมาย ให้กับการพัฒนาวอลเลย์บอลไทย ทั้งในด้านของการยกระดับฝีมือ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นเยาวชน ที่จะเอาเป็นแบบอย่างในการเล่นวอลเลย์บอล ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญอย่างมาก ในการพัฒนาและผลักดันผู้เล่นสายเลือดใหม่ ขึ้นมาแทนรุ่นพี่ได้ในอนาคต ตอนนี้คงต้องตั้งตารอให้วิกฤตการระบาดของโควิด-19 ผ่านไปให้เร็วที่สุด เพื่อที่การคัดตัวจะได้เริ่มขึ้นเสียที ซึ่งเชื่อว่าความตื่นเต้นกับการคัดตัวครั้งนี้ คงไม่ได้มีแค่กับตัวของ “เพียว”อัจฉราพรเพียงแค่คนเดียว แต่แฟนวอลเลย์บอลชาวไทย ก็คงจะรอด้วยความตื่นเต้นอย่างมากเช่นกัน

เครดิตภาพ : https://www.thairath.co.th/sport/trcheerthai/1153325

เมื่อไร้โควตายุโรป ก็อาจถึงเวลาที่เมมฟิส เดอปาย จะเซย์กู๊ดบายกับลียง

หลังจากที่ทางลีกฟุตบอลอาชีพ ฝรั่งเศสได้ทำการประกาศตัดจบการแข่งขัน ฤดูกาล 2019-2020 โดยการใช้ค่าเฉลี่ยคะแนนต่อนัด ซึ่งทำให้ปารีส แซงต์แชร์กแมง เป็นแชมป์ครั้งที่ 9 ของพวกเขาไปแล้ว แต่อีกมุมหนึ่งมันก็มีบางทีมเช่นกัน ที่ได้รับผลกระทบในด้านที่ไม่ดีนัก หนึ่งในนั้นก็คือสโมสรอันดับที่ 7 ของตารางอย่างโอลิมปิก ลียง ที่ทำให้พวกเขา ชวดการคว้าสิทธิ์ไปเล่นฟุตบอล สโมสรยุโรปทั้งถ้วยเล็กและถ้วยใหญ่ เป็นครั้งแรกในรอบ 23 ปีของพวกเขาเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากผลกระทบในด้านชื่อเสียง และรายได้มหาศาลแล้ว หนึ่งในผลกระทบที่ตามมาก็คือ พวกเขาอาจจะต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญ ออกไปจากทีมด้วยนั่นเอง

หลังจากโอลิมปิก ลียงได้รับข่าวร้ายในการที่จะไม่ได้สิทธิ์ไปเล่นสโมสรยุโรป พวกเขาก็ได้รับอีกข่าวหนึ่งตามมาในเวลาไม่นาน เมื่อผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของพวกเขา ออกมาแสดงท่าทีว่าอยากจะย้ายออกจากทีม นั่นคือในรายของเมม ฟิส เดอปาย แนวรุกทีมชาติฮอลแลนด์นั่นเอง เมื่อทางฌอง-มิเชล โอลาส ประธานสโมสร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวนักเตะเองได้แจ้งความประสงค์ขอย้ายทีม หากทางสโมสรไม่สามารถคว้าสิทธิ์ ในการเล่นฟุตบอลยุโรปได้ในฤดูกาลนี้ ทำให้หลังประกาศ ตัดจบการแข่งขันของลีกเอิง ข่าวการย้ายตัวของเดอปาย จึงกลับมาเป็นที่พูดถึงอย่างมาก

สำหรับฟอร์มของเดอปายกับทีมนั้น ถึงแม้ว่าฤดูกาลนี้เขาจะต้อง ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ จนสามารถลงสนามให้กับทีมได้เพียงแค่ 18 นัดเท่านั้นแต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็ร้อนแรงอย่างมาก เมื่อสามารถกดไปถึง 14 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์เลยทีเดียว ทำให้มีหลายทีมพร้อมที่จะ ดึงตัวเขาไปอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าทางหงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่เคยมีข่าวกับเขาตอนต้นฤดูกาล จะถอยห่างออกไปแล้วก็ตาม

ตอนนี้ทีมที่มีข่าวว่า จับตาสถานการณ์ของเขากับทีมอยู่ นั่นก็คือ สามทีมใหญ่จากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล และท็อทแน่ม ฮอต สเปอร์ของกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่นั่นเอง และอาจจะมีทีมเก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยังไม่ลงตัวในแนวรุก ลุ้นด้วยอยู่ห่าง ๆ ซึ่งจากบรรดาทีมที่สนใจเขาอยู่ในตอนนี้ หากจะให้ตอบโจทย์ การลงเล่นในถ้วยใหญ่อย่างยูซีแอลแล้วละก็ นับว่าทางเชลซีของแฟรงค์ แลมพาร์ดดูจะได้เปรียบคู่แข่งทีมอื่น ๆ อยู่ไม่น้อย เมื่อตอนนี้พวกเขารั้งอันดับ 4 ของตาราง ส่วนทางปืนใหญ่และไก่เดือยทองนั้น อยู่อันดับ 8-9 ของตาราง

สัญญาของเดอปายกับลียง ยังมีอยู่ถึงแค่ปี 2021 บางทีอาจจะเสี่ยงเกินไปสำหรับลียง ที่จะปล่อยให้สัญญาของเขาใกล้หมดมากกว่านี้ ดังนั้นการย้ายทีมของเขา น่าจะเกิดขึ้นในซัมเมอร์นี้ค่อนข้างแน่ ตอนนี้ทางลีกเอิงนั้นตัดจบไปแล้ว คงมีเวลาให้เดอปายได้นั่งคิดทบทวน ปลายทางสถานีต่อไปของเขา ได้อย่างเต็มที่ เพื่อโอกาสประสบความสำเร็จ และโอกาสในการลงเล่นในถ้วยยุโรปที่เขาต้องการ คงต้องอดใจรอการตัดสินของประเทศปลายมทางอีกซักนิด แต่คงไม่นานเกินรออย่างแน่นอน

เครดิตภาพ : http://www.tellerreport.com/life/2020-04-18-memphis-depay-posts-video-with-liger–animal-organizations-share-call.BJZ1UsG_O8.html