มอเตอร์สปอร์ตกับสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

นับเป็นปีที่สองแล้วสำหรับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ได้จัดการแข่งขันประชันความเร็วระดับโลกของสิงห์นักบิดระดับเวิลด์คลาส ในชื่อรายการ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019’ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปีนี้จำนวนผู้เข้าชมมากถึง 226,655 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงสี่พันกว่าคน นับเป็นการเริ่มต้นที่งดงาม สำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

การลงทุนที่คุ้มค่า

การลงทุนกับกีฬาระดับโลกมักใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาล เฉกเช่นนโยบายของคุณเนวิน ชินชอบ ที่ต้องการสร้างเมืองบุรีรัมย์ให้กลายเป็นเมืองกีฬามาตรฐานโลก บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการของเบียร์ช้างจึงถือกำเนิดขึ้นมา สนามแห่งนี้ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ สำหรับการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูลาวัน) และรถจักรยานยนต์ที่เรียกกันว่าโมโตจีพีอย่างเป็นทางการ ในเดือน ตุลาคม ปี 2561 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตจึงได้มีโอกาสต้อนรับการแข่งขันโมโตจีพี ฤดูกาล 2018 ซึ่งเป็นสนามที่ 15 จากจำนวน 19 สนามแข่งทั่วโลก การจัดแข่งขันโมโตจีพีครั้งนี้ ถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ในครั้งนี้ทางสนามช้างได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท คอร์น่า สปอร์ต เป็นระยะ 3 ปีด้วยกัน

สำหรับแชมป์เจ้าความเร็วคนแรก ที่ได้ฉลองชัยชนะสมัยที่ 8 ของตัวเองในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็คือ มาร์ค มาร์เกซ สิงห์นักบิดจากสเปน ภาพความสำเร็จเหล่านั้นได้ถูกถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึง 800 ล้านคน ถือว่าเป็นการโปรโมทสนามประลองความเร็วที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย

รัฐบาลต้องเข้ามาเกื้อหนุน

ลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับเวิลด์คลาสอย่างโมโตจีพี การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบนั้น ใช้เงินลงทุนที่สูงถึง 400 ล้านบาท สำหรับระยะ 3 ปีที่ครอบครองลิขสิทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนั้นทางการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยเป็นตัวกลางหารือกับรัฐบาล ภายหลังได้เปิดเผยว่าหลังจากเจรจากับ ‘ดอร์น่า สปอร์ต’ เจ้าของลิขสิทธิ์โมโตจีพีรัฐบาลก็เปิดไฟเขียวให้ดำเนินการได้ โดยเงินลงทุนในค่าลิขสิทธิ์นั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน คือภาครัฐ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของภาคเอกชน สัญญาลิขสิทธิ์เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2018-2020 หากจะมองถึงความคุ้มค่าในการลงทุนครั้งนี้ล่ะก็ ถือว่าไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการแข่งขันระดับโลกที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย หลายคนที่เป็นแฟนกีฬาความเร็ว น่าจะทราบดีว่าถ้าจะดูการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบแล้วล่ะก็ คงต้องเดินทางไปถึงมาเลเซียหรือญี่ปุ่น แต่ถ้ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทยละ ‘ไม่น่าพลาด’  

นอกจากมองในแง่ของกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่ได้ใจคอความเร็วแล้ว ยังส่งผลถึงการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย เพราะการแข่งโมโตจีพีใช้เวลาหลายวัน เมื่อจบเกมนักท่องเที่ยวย่อมวางแผนเที่ยวที่อื่นพ่วงเข้ามาด้วย ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและระดับประเทศอย่างแน่นอน

ความสำเร็จของนักกีฬาอาชีพ

นักกีฬาอาชีพ คือ นักกีฬาที่เล่นกีฬาเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและยังชีพของตัวเองและครอบครัวหรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “คนที่เล่นกีฬาเป็นอาชีพ” โดยสมัยนี้เริ่มเป็นที่นิยมของคนมากมายเพราะว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ค่อยข้างดี ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้คนบนโลกจึงหันมาเล่นกีฬากันมากขึ้น เพราะคนทุกคนหวังที่จะเป็น “นักกีฬาอาชีพ”

สิ่งที่นักกีฬาควรมี

ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอะไรก็ตาม ในการเริ่มเล่นกีฬาของแต่ละคนนั้นอย่างแรกที่เกิดขึ้นเลยคือความรักและความสนใจในกีฬานั้น พอเรามีความรักและความสนใจแล้วก็จะทำให้เราอยากจะเล่นมัน พอเราเล่นมันแล้วถ้าเรารู้สึกดีเราก็จะไปต่อ แต่ถ้ารู้สึกไม่โอเคเราก็ต้องหยุด เพราะบางคนมีความชอบในกีฬาชนิดนี้แต่เล่นไม่เก่ง ผลสุดท้ายก็มาเลือกที่จะเชียร์ดีกว่า

ส่วนคนที่เล่นดีเล่นเก่งก็ต้องพยายามฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อจะได้เอาดีทางด้านนี้ เพราะถ้าเราสามารถเป็นนักกีฬาอาชีพได้แล้วเราก็จะมีรายได้เป็นของเราเอง ซึ่งมันจะดีมากเพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารักแล้วยังได้เงินอีก ทั้งหมดนี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเราไม่มีความพยายามและความมุ่งมั่น

ส่วนนักกีฬาที่มีความพยายามและความมุ่งมั่นนั้นจะประสบผลสำเร็จกันทุกคนดูอย่าง โรนัลโด้ หรือ CR7 ที่เรารู้จักกัน คือตอนเด็ก ๆ เขาเป็นโรคหัวใจพ่อแม่ห้ามไม่ให้เล่นบอล แต่เขาก็พยายามที่จะเล่นมันอย่างไม่ย่อท้อและมุ่งมั่นที่จะทำมันให้สำเร็จ จนตอนนี้เขาได้ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ความพยายามและมุ่งมั่นเท่านั้นที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเพราะยังมีอีกอย่างที่สำคัญมากและนักกีฬาทุกคนก็ต้องให้ความสำคัญเหมือนกัน คือการซ้อม เพราะการซ้อมเป็นหัวใจหลักของนักกีฬาเลย ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหนแต่ถ้าคุณเป็นนักกีฬาแต่ไม่ขยันซ้อมอย่างไงคุณก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

การซ้อมสำคัญกับนักกีฬาอย่างไง

คุณเคยได้ยินคำว่า อ่อนซ้อมไปหน่อยไหม คำนี้จะใช้กับนักกีฬาที่เล่นไม่ค่อยดี เพราะส่วนมากนักกีฬาที่เล่นไม่ค่อยดีนั้นจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการซ้อมซักเท่าไร ซึ่งการซ้อมถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักกีฬาทุกคน การซ้อมสำคัญอย่างไรนั้น ก็คือ เคยมีนักมวยคนหนึ่งที่ต่อยคู่ชกน็อคแต่ให้สัมภาษณ์หมัดนี้ได้มาจากการซ้อมของผม ก็คือมันต่อยไปด้วยความรู้สึกคือร่างกายมันต่อยออกไปเองอย่างที่เคยซ้อมมา เพราะการที่เราได้ทำอะไรซ้ำ ๆ และบ่อย ๆ ร่างกายเราจะจดจำ และพอถึงเวลาแข่งจริงมันจะต่อยไปอย่างอัตโนมัติ คุณลองดูคนที่ไม่ใช่นักมวยไปต่อยช่วงท่าทางมันจะออกไม่สวยเหมือนกับนักมวยจริง หรือไม่ก็ นักบอลที่เก่ง ๆ อยู่แล้วถึงแม้เขาจะเล่นเก่งแล้วก็ตามเขาก็ยังพยายามซ้อมให้มันเก่งขึ้น อย่าง เมสซี่ที่ยิงฟรีคิกเก่งเพราะอะไร เพราะเขาซ้อมยิงมาเป็นหมื่นเป็นพันลูกแล้วเขาถึงทำได้ขนาดนี้ซึ่งนักกีฬาที่ดีไม่ควรละเลยการซ้อมเป็นอันขาด

และสิ่งที่สำคัญในเวลาที่กำลังแข่งขันอยู่นั้นก็คือสมาธิและความตั้งใจไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเราต้องทำมันให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง ถึงผลจะแพ้แต่เราก็ไม่เสียใจ เพราะเราได้ทำมันอย่างเต็มที่แล้ว

เมสซี่ หนึ่งในสุดยอดนักเตะที่โลกเคยมีมา

ถ้าจะให้กล่าวมีใครบ้างที่ไม่รู้จัก “เมสซี่” ก็คงไม่มี เพราะเมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคของเขา แต่ก็มีหลายคนตั้งคำถามว่าระหว่าง “เมสซี่” กับ “โรนัลโด้” ใครคือเบอร์หนึ่งในวงการฟุตบอลกันแน่ ซึ่งในวันนี้จะพาคุณมารู้จักกับเมสซี่กันก่อนดีกว่าก่อนจะตั้งคำถามว่าใครคือเบอร์หนึ่ง

เมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่ถนัดเท้าซ้าย เกิดที่อาร์เจนติน่า ปัจจุบันเป็นนักเตะในสังกัดบาร์เซโลน่า สวมเสื้อเบอร์ 10 อยู่ในตำแหน่งกองหน้า ซึ่งในการลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่าเมสซี่ก็มีส่วนร่วมที่ทำให้ทีมบาร์ซ่าได้แชมป์รายการต่าง ๆ มากมาย เมสซี่เริ่มเล่นบอลให้กับบาร์ซ่าซึ่งเป็นทีมแรกที่เมสซี่ร่วมทีม จนปัจจุบันเมสซี่ก็ยังไม่ได้ย้ายเป็นเล่นให้กับทีมอื่นซึ่งเขาก็คงมีเหตุผลส่วนตัวของเขาที่ไม่ย้าย อาจเป็นเพราะตอบแทนพระคุณที่บาร์ซ่าช่วยรักษาเขามาในตอนเด็ก เพราะถ้าตอนนั้นบาร์ซ่าไม่มารักษา พวกเราก็อาจไม่รู้จักเมสซี่ก็ได้

เมสซี่เป็นนักฟุตบอลตัวเล็กแต่วิ่งไว เวลาเลี้ยงบอลก็เลี้ยงได้ดี ควบคุมบอลดียิงได้ทุกรูปแบบ ถ้าเจอกันตัวต่อตัวคงเอาไม่อยู่นอกจากเตะให้เมสซี่ล้มซ่ะจะได้ไปต่อไม่ได้ ถึงจะเอาอยู่แต่ก็เสี่ยงที่จะโดนใบเหลืองหรือแดง เมสซี่มีแนวทางการเล่นบอลที่ต่างจากนักเตะอื่น ก็คือไม่จำเป็นต้องยิงเอง ให้คนที่มีโอกาสที่จะทำประตูได้มากกว่ายิงดีกว่า เพราะการที่ทำให้ทีมได้ประตูมันคือเป้าหมายของเขา ยกตัวอย่างเช่น มีอยู่นัดหนึ่งที่ทีมบาร์ซ่าได้จุดโทษและเมสซี่เป็นผู้ได้รับบทให้ยิงจุดโทษ ซึ่งการยิงจุดโทษมีเปอร์เซ็นต์เข้าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แต่เมสซี่ทำการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าให้เป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ โดยการนัดกับเพื่อนว่าจะเตะให้และนายต้องวิ่งเข้ามายิง ซึ่งถ้าทำอย่างนี้คนที่จะวิ่งเข้ามายิงจะเห็นแล้วว่าประตูมันพุ่งไปทางไหนเราก็แค่วิ่งมายิงให้มันตรงข้ามกับมุมที่ประตูมันพุ่งไปก็จบ

และอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์คือคนที่วิ่งมายิง ยิงออกนอกกรอบซึ่งมันก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งการยิงจุดโทษจะมีนักบอลสักกี่คนที่ทำอย่างนี้เพราะไม่ว่าใครก็อยากจะเป็นผู้ทำประตูกันซะมากกว่า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้รู้เลยว่าเมสซี่ไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองแต่เมสซี่เล่นเพื่อทีมบาร์ซ่าและเขาก็มองถึงส่วนร่วมมากกว่าตัวเองเพราะในแต่ละนัดถ้าเมสซี่ทำประตูได้ก็จะมีเงินโบนัสในการทำประตูให้อีกแต่เมสซี่ไม่เลือกเงินแต่เขาเลือกผลประโยชน์ของทีมมากกว่า

หลายคนคงตั้งคำถามว่าเมสซี่เก่งขนาดนี้ทำไมไม่เคยพาทีมชาติได้แชมป์สักรายการหนึ่งเลย ซึ่งคำตอบนี้มันก็คือในโลกของฟุตบอลคนคนหนึ่งไม่สามารถแบกทีมไว้ได้หรอก มันต้องพึ่งเพื่อนร่วมทีมและโค้ชที่ดีมันถึงจะพาทีมชนะไปได้ ถ้าจะให้พูดและถามว่าใครเป็นนักบอลในฝันของคุณคำตอบสั้น ๆ เลยคือ “เมสซี่”

ลีกไทย มาตรฐานสูงสุดสำหรับวงการฟุตบอลไทย

ปัจจุบันนี้ไทยลีกเริ่มมีแนวโน้มที่ดีมาก คนไทยก็เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชายหรือผู้หญิงก็เริ่มมานั่งดูบอลไทยลีกกันมากขึ้น เริ่มมีคนศรัทธาอย่างจริงจัง ทีมตัวเองไปเตะที่ไหนก็จะตามไปดูคอยเชียร์ทีมของตัวเองอยู่ตลอด ซึ่งสิ่งที่ทำให้บอลไทยลีกจะสนุกได้ก็คือ “กองเชียร์” เนี่ยแหล่ะ

กองเชียร์สำคัญกับไทยลีกอย่างไร

พูดได้อย่างเต็มปากเลย ว่าสิ่งที่ทำให้ไทยลีกยังดำเนินอยู่ได้นั้นก็เป็นเพราะกองเชียร์นี่แหล่ะ ยิ่งทีมไหนมีกองเชียร์มากทีมนั้นก็จะมีกำไรให้ทีมมากขึ้น พอทีมมีกำไรมากก็จะมีเงินไปลงทุนทำอย่างอื่นได้ เช่น ไปซื้อนักเตะใหม่เพื่อมาเสริมทีมให้เก่งขึ้น เป็นต้น เมื่อทีมนั้นเริ่มมีคนสนใจมาก คราวนี้แหล่ะทีมนั้นจะเป็นทีมที่เนื้อหอม เพราะสปอนเซอร์จะเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น จะทำให้ทีมของเรามีรายรับเพิ่มขึ้นอีก และถ้ายิ่งทีมของเรามีผลประกอบการดีก็จะทำให้เราได้เชียร์ทีมที่เรารักไปได้อีกนาน เพราะถ้าเมื่อไรที่ทีมที่คุณเชียร์ผลประกอบการไม่ดี ก็อาจทำให้ทีมยุบไปก็ได้

เพราะฉะนั้นพวกเราคนไทยทุกคนควรจะมาร่วมกันเชียร์บอลไทยลีกกันดีกว่า ถึงจะไม่มีทีมที่คุณชอบแต่คุณก็สามารถเชียร์ทีมบ้านเกิดของคุณก็ได้ อย่างน้อยทีมนั้นจะได้มีกำลังใจที่จะทำทีมต่อไป ซึ่งไม่แน่นะในวันหนึ่งทีมที่คุณเชียร์อยู่อาจมีลูกหลานของคุณไปเล่นให้ก็ได้ เพราะฉะนั้นแล้วเพื่อลูกหลานเราในภายภาคหน้าเราคนไทยทุกคนควรจะช่วยกันสนับสนุนทีมไทยลีกของเราให้มันดีขึ้น เพราะพวกเราคือส่วนสำคัญที่ทำให้ไทยลีกดำรงต่อไปได้ หากนักบอลแข่งกันแล้วไม่มีคนดูก็ไม่รู้จะแข่งไปทำไม ส่วนสำคัญของไทยลีกไม่ใช่ประธานสโมสร ไม่ใช่สมาคมฟุตบอล แต่เป็น “กองเชียร์” ที่ทำให้ไทยลีกดำรงต่อไปได้

ไทยลีกสนุกตรงไหน

ณ ปัจจุบันนี้บอลไทยลีกทุกทีมเริ่มมีฐานะใกล้เคียงกันแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่พอถามว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ก็ตอบได้เลยว่า บุรีรัมย์ เมืองทอง ชลบุรี มีแค่สามทีมนี้เท่านั้นที่จะมีคนพูดทั้ง ๆ ทีมีตั้งยี่สิบกว่าทีม แต่ทำไมพูดกันแค่สามทีมแต่ปัจจุบันนี้ถ้าถามคนดู เชื่อว่ายังตอบไม่ได้เต็มปากว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์ เพราะตอนนี้มีอยู่หลายทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ได้ อันดับหนึ่งของตารางเองแต้มยังไม่ทิ้งห่างจากกลางตาราง ซึ่งก็ทำให้จากมีทีมที่ลุ้นแชมป์สามทีมแต่ตอนนี้มีถึงสิบทีมที่สามารถลุ้นแชมป์ได้ตลอด จึงทำให้ไทยลีกมีสีสันมากขึ้น และใครที่ยังไม่เคยดูไทยลีก ขอแนะนำให้เริ่มได้เลย เพราะตอนนี้ความสนุกเริ่มไม่แพ้บอลนอกแล้ว เราขอการันตี

สุดท้ายนี้เราคนไทย คงอยากเห็นทีมในไทยลีกที่ไม่พึ่งนักเตะจากต่างชาติซักหนึ่งทีม เพราะคงอยากจะรู้ว่าถ้าไม่มีนักเตะจากต่างชาติแล้วทีมนั้นจะเล่นดีไหม หากได้เห็นทีมที่เป็นแชมป์ไม่มีนักเตะต่างชาติเป็นคนไทยล้วน ๆ เราคงจะภูมิใจมาก

ความฝันของเด็กไทย เกี่ยวกับฟุตบอลทีมชาติ

เด็กคือความหวังในอนาคตของชาติ เพราะเมื่อเราแก่ก็จะมีเด็กนี่แหล่ะที่จะมาแทนเราในอนาคต เพราะฉะนั้นการให้ความสำคัญกับเด็กคือสิ่งที่สำคัญที่สุด มีอะไรที่ดีเราก็ควรจะปลูกฝังไว้แต่เด็ก เพราะตอนเป็นเด็กเป็นช่วงเวลาที่สอนง่ายที่สุด ถ้าสอนดีเด็กก็จะดีไปเลยแต่ถ้าสอนไม่ดีเด็กก็จะไม่ดีเหมือนกัน เพราะอนาคตของเด็กก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่แล้วว่าจะสอนไปทางไหน

เด็กกับวงการฟุตบอล

กีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่ไม่จำกัดอายุและเพศ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่หรือเพศอะไร เราก็สามารถเล่นฟุตบอลได้เหมือนกัน ซึ่งการที่เราจะสร้างทีมฟุตบอลที่ดีในอนาคตนั้นเราก็ควรจะฝึกนักฟุตบอลตั้งแต่เด็ก เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่เหมาะสมแก่การฝึกมากที่สุด ในวัยเด็กยังไม่มีภาระอะไรมากมาย มีแค่เรียนและเล่น จึงเหมาะแก่การฝึกสอนมากเพราะถ้าเล่นฟุตบอลเป็นแต่เด็กมันก็จะได้เปรียบคนที่มาเล่นบอลตอนโต เพราะทักษะเรามีมาตั้งแต่เด็กก็เหลือแต่ประสบการณ์ที่เด็กจะต้องมาหาเอาเอง

ซึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กทุกคนที่เล่นบอลมาด้วยกันแต่มีความแตกต่างกัน นั้นก็คือการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของเด็กยกตัวอย่างเช่นชับปุยส์กับเนมาร์ตอนเด็กเคยเล่นฟุตบอลทีมเดียวกัน แต่ทำไมเนมาร์ถึงไปไกลกว่าชับปุยส์ ก็เป็นเพราะโอกาสและประสบการณ์ของเนมาร์มีมากกว่าชับปุยส์

และสิ่งที่ไม่ควรปลูกฟังให้เด็กในการเล่นฟุตบอลก็คือการที่บอกกับเด็กว่าเก่งแล้วเก่งกว่าคนนั้นอีกเก่งกว่าคนโน้นอีก ซึ่งถ้าเด็กได้รับการปลูกฝังอย่างนี้จะทำให้เด็กหลงตัวเองและเมื่อเด็กหลงตัวเองก็จะทำให้เด็กลืมมองตัวเองคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดการไม่ตั้งใจซ้อมไม่อยากจะวิ่งอยากจะเล่นแค่ฟุตบอล เพราะคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว

ดูอย่าง โรนัลโด้ โดนดูถูกสารพัดจากครอบครัวและคนอื่นว่าไม่สามารถเป็นนักบอลได้หรอก แต่โรนัลโด้ก็เอาคำดูถูกมาเป็นพลัง ยิ่งมีคนดูถูกก็ยิ่งซ้อมมากกว่าคนอื่น จนตอนนี้เขากลายเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงที่สุด นี่แหล่ะเด็กกับวงการฟุตบอล ยิ่งปลูกฝังดีเด็กมันก็จะดีไปด้วย และสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การบังคับเด็กให้ทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบ เพราะถ้าเขาไม่ชอบซ้อมให้ตายก็ไม่เก่ง

ความฝันของเด็กไทยที่มีต่อฟุตบอล

มีเด็กน้อยในหมู่บ้านที่อยู่ห่างจากในเมืองแต่ชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ พอได้ถามเขาว่าน้องเล่นฟุตบอลทำไม น้องก็ตอบว่าก็มันสนุกอ่ะ เมื่อถามต่อว่าและมีความฝันว่าอยากจะเป็นนักบอลนักบอลทีมชาติไหม เด็กก็ตอบมาทันทีว่าอยากสิ แต่มันคงยากเพราะใครจะมาสนใจเด็กบ้านนอกอย่างหนู พ่อแม่หนูก็ไม่ค่อยสนใจ แค่หนูได้เล่นไปวันวันอย่างนี้ดีแล้ว พอได้ฟัก็คิดเลยว่าถึงน้องจะมีพรสวรรค์ก็ตาม แต่ขาดโอกาสที่จะสนับสนุนจากผู้ใหญ่ความฝันของเด็กก็จะเป็นได้แค่ความฝันเหมือนที่เราได้กล่าวมา

สิ่งสุดท้ายและความใฝ่ฝันของนักฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีข้อบังคับให้ใช้ผู้เล่นข้างละ 11 คน มีเวลาในการแข่งขัน 90 นาที ไม่รวมช่วงทดเวลาและในช่วงที่แข่งกันอยู่นั่นทีมไหนทำประตูได้มากกว่าก็ชนะไปในบางการแข่งขันเมื่อทำประตูได้เท่ากันก็เสมอกันไปบางรายการก็ต้องต่อเวลาพิเศษอีกครึ่งละ 15 นาที ถ้ายังหาผู้ชนะไม่ได้ก็ยิงจุดโทษหาผู้ชนะให้ได้ นี่แหล่ะที่เรียกว่ากีฬา “ฟุตบอล”

สิ่งสำคัญของฟุตบอล

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันเป็นอย่างมากไม่มีหรอกที่จะเล่นคนเดียวแล้วทำให้ทีมชนะไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม อย่างเช่น เมสซี่ ทำไมเวลาอยู่กับสโมสรถึงประสบความสำเร็จได้อย่างมากมายแต่ทำไมมาเล่นให้ทีมชาติถึงไม่ประสบความสำเร็จเลยนั่นแหล่ะคือคำตอบฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีมไม่ใช่แค่คนเล่น 11 คนเท่านั้นแต่มันรวมถึงโค้ชด้วยที่มีผลทำให้ทีมชนะและผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่สำคัญก็คือ “กองเชียร์”

ฟุตบอลนั้นกว่าจะมาตั้งเป็นทีมสักทีมหนึ่งได้นั้นมันยากมาก ไหนจะต้องหาโค้ชมาพอหาโค้ชได้แล้วก็ไปหานักเตะต่อพอไปหานักเตะก็ต้องมาซ้อมลงทีมก่อนว่ามีใครเล่นดีบ้างจากนั้นก็คัดมาเป็นตัวจริง 11 คน และต้องมาเลือกว่าใครควรเป็นตัวสำรองไหนก่อนจะลงแข่งจริง ๆ ก็ต้องรอดูอีกว่านักฟุตบอลตัวจริงนั้นมีคนไหนมั่งที่ร่างกายไม่พร้อมเล่นถ้าไม่พร้อมก็ต้องหาตัวมาแทนที่แต่พอถึงวันจริงแล้วสิ่งที่เตรียมมาเป็นเดือนจะมาตัดสินกันภายใน 90 นาที ซึ่งในเวลาช่วงนี้แหล่ะเป็นช่วงที่ทดสอบนักฟุตบอลของจริงซึ่งที่ซ้อมมาหลายเดือนอาจไม่มีค่าถ้าในวันจริงเราไม่ตั้งใจเล่นนี่แหล่ะคือชีวิต “นักฟุตบอล”

ความต้องการของนักฟุตบอล

เชื่อว่านักฟุตบอลก็ต้องมีความต้องการที่จะเป็นที่หนึ่งในวงการให้ได้แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้แม้แต่ตอนนี้เราก็ยังตัดสินไม่ได้ว่า “เมสซี่” กับ “โรนัลโด้” ใครคือที่หนึ่งกว่าจะตัดสินกันได้ก็จะมีเด็กยุคใหม่ขึ้นมาแทนและคนเก่าก็จะเป็นได้แค่ตำนานผลสุดท้ายก็ยังไม่รู้ว่าใครคือที่หนึ่งซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่นักฟุตบอลต้องการจริง ๆ ก็คือเงินและชื่อเสียงตอนเริ่มเตะใหม่ ๆ ก็ต้องการชื่อเสียงพออยู่ไปนาน ๆ ก็ต้องการเงินและพอเริ่มถึงบั่นปลายแล้วบางคนก็จะผันตัวมาเป็นโค้ชบางคนก็มาทำงานที่เกี่ยวกับฟุตบอลอย่างเช่น เทรนเนอร์ หรือ เปิดอะคาเดมี่เป็นของตัวเอง เป็นต้น เพื่อที่จะได้อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรักไปให้นานที่สุดแม้ตัวจะไม่ได้เล่นแต่ขอให้ได้อยู่เคียงข้างไปกับมันก็พอใจแล้วนี่แหล่ะคือคนที่รักมันจริง ๆ ถึงจะไม่ได้เป็นผู้เล่นแต่ขอให้ได้อยู่กับมันจนวินาทีสุดท้ายก็พอใจแล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่าง “พี่เลี้ยง” กับ “นักมวย”

ในการชกมวยนั้นส่วนมากคนที่ดูก็จะดูแต่นักมวย พอนักมวยชนะจนดังและมีชื่อเสียงคนก็จะจำแต่ชื่อนักมวยที่ตนเองชอบเท่านั้น แต่ในความสำเร็จของนักมวยนั้นยังมีผู้ที่อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้ที่ปิดทองหลังพระ ก็คือพี่เลี้ยงนักมวยซึ่งเป็นผู้ที่สำคัญสำหรับนักมวยมาก เพราะเป็นผู้ที่คอยดูแลนักมวยตั้งแต่ตอนซ้อมจนถึงตอนขึ้นชก แม้กระทั่งตอนชกพี่เลี้ยงก็ยังมีส่วนช่วยให้นักมวยชนะได้ เพราะระหว่างช่วงที่พักยกนั้นพี่เลี้ยงจะคอยบอกว่าเราควรจะทำอย่างไรให้ชนะ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของนักมวยก็คือ “พี่เลี้ยง”

พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่เลี้ยงกับนักมวยแล้วนับว่าเป็นอะไรที่มันลึกซึ้งมาก เพราะตลอดเวลาก่อนจะขึ้นชกนั้นนักมวยจะต้องฝึกซ้อมกับพี่เลี้ยงตลอด ซึ่งคนที่จะเห็นจุดอ่อนของนักมวยได้ดีที่สุดก็คือพี่เลี้ยง เมื่อเห็นจุดอ่อนของนักมวยแล้วพี่เลี้ยงก็จะพยายามหาวิธีแก้จุดอ่อนนั้น และหาทุกวิถีทางที่จะทำให้นักมวยของตัวเองแข็งแกร่งขึ้น พูดง่าย ๆ พี่เลี้ยงก็เหมือนพ่อนักมวยอีกคนก็เป็นไปได้ เพราะทั้งพี่เลี้ยงและนักมวยมีความเกี่ยวพันธ์ค่อนข้างสูง ถ้านักมวยได้ดีตัวพี่เลี้ยงก็จะได้ดีไปด้วย ซึ่งเหตุนี้เชื่อได้เลยว่าพี่เลี้ยงไม่น่าจะคิดไม่ดีกับนักมวย และนอกจากพี่เลี้ยงจะศึกษาความสามารถของนักมวยแล้วพี่เลี้ยงยังต้องศึกษานักมวยที่จะขึ้นชกกับนักมวยตัวเองว่าอีกฝั่งชกอย่างไรและควรให้นักมวยของเรารับมืออย่างไร

ซึ่งการเป็นพี่เลี้ยงมันยากกว่าเป็นนักมวยอีก เพราะในบางครั้งก็จะมีนักมวยที่ไม่มีข้อมูลอะไรเลยมาขึ้นชกกับนักมวยของตัวเอง ซึ่งทำให้พี่เลี้ยงไม่สามารถบอกได้ว่าควรจะชกอย่างไร ได้แค่บอกนักมวยของตัวเองอย่างเดียวก็คือชกอย่างที่เคยชกก็พอ ซึ่งในวันที่ชกจริงแล้วบางอย่างอาจไม่ได้เป็นอย่างที่พี่เลี้ยงสอน อย่างเช่นนักมวยที่เจอเป็นนักมวยถนัดขวา แต่วันจริงนักมวยคนนั้นเป็นนักมวยถนัดซ้าย ซึ่งถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้พี่เลี้ยงก็ตั้งหน้าตั้งตาดูและเฝ้ามองนักมวยของตัวเองชก และคอยบอกข้างสนามว่าอย่าประมาทและต้องรอดกลับมาฟังแผนของพี่เลี้ยงในช่วงพักยกให้ได้นะ พอนักมวยได้ยินก็จะทำตามเพราะคิดว่าพี่เลี้ยงต้องมีแผนดี ๆ แน่นอนนี่แหล่ะคือความผูกพันธ์สำหรับพี่เลี้ยงกับนักมวย

ในมุมของพี่เลี้ยงแล้วเมื่อนักมวยของตนเองได้ขึ้นชกไม่ว่าผลของมันจะออกมาแพ้หรือชนะนั้นไม่สำคัญ สิ่งที่พี่เลี้ยงคิดและต้องทำให้ได้ก็คือทำอย่างไรก็ได้ให้นักมวยของตนเองกลับบ้านโดยปลอดภัย นี่แหล่ะที่เขาเรียกว่าหน้าที่ของ “พี่เลี้ยง”

การเล่นกีฬากับผลที่นักกีฬาคาดหวัง

ผลของการเล่นกีฬานั้นมันจะมี แพ้ ชนะและเสมอ ไม่ว่าจะอย่างไงทุกครั้งที่แข่งขันก็ต้องหวังผลที่ชนะกันเป็นส่วนมาก ไม่มีใครหรอกที่จะหวังให้แพ้ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหน ทุกคนที่เล่นนั้นก็ต้องการชนะทั้งนั้นจนทำให้ลืมสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเล่นกีฬา ซึ่งการที่เล่นกีฬามันต้องมีแพ้หรือชนะเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ควรที่จะไปยึดติดกับมันมาก

ผลแพ้

สำหรับการพ่ายแพ้นั้นมันก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกัน เพราะว่ามันจะสอนให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น บางคนชนะจนไม่รู้จักความพ่ายแพ้จนมาวันหนึ่งเกิดแพ้ขึ้นมาก็ถึงกับไปไม่เป็น บางคนก็ถึงกับรับไม่ได้ต้องเลิกเล่นกีฬาไปเลยก็มี และบางคนพอได้แพ้ซักครั้งหนึ่งครั้ง ก็ถึงกลับฟอร์มตกลงไปผิดตาเลย พอมาแข่งใหม่ก็ยังแพ้ก็มี ยกตัวอย่างเช่น ไมค์ ไทสัน ชนะมาตลอด จนถึงวันหนึ่งได้พ่ายแพ้กับนักมวยโนเนมคนหนึ่งซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้ชีวิตของ ไมค์ ไทสัน เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย เพราะการแพ้นัดนั้นนัดเดียวทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป ซึ่งผลของมันก็คือเขารับผลการแพ้นั้นไม่ได้ถึงแม้เขาจะกลับขึ้นมาชกอีกฟอร์มก็ไม่ดีเหมือนตอนแรกแล้ว กลับกันกับนักมวยบางคน อย่างเช่น ปาเกียว ที่เขาไต่เต้าจากการพ่ายแพ้มาก่อนจนทำให้เขาเก่งจนเป็นนักมวยระดับโลกได้ เพราะเขารู้จักและยอมรับกับผลพ่ายแพ้ ไม่ว่าจะแพ้กี่ครั้งเขาก็จะลุกขึ้นมาสู้ใหม่เสมอโดยเอาผลการพ่ายแพ้มาเป็นตัวผลักดันตัวเอง ซึ่งถ้าเรายอมรับความพ่ายแพ้ได้และนำมันมาเป็นบทเรียนมันก็จะกลายเป็นประสบการณ์ที่ดีของเรา

ผลเสมอ

ผลเสมอนั้นในวงการกีฬามักจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างเช่นนักมวยต่อยกันเป็นร้อยหมัดพอคบยกสรุปคะแนนให้เสมอกันก็มี ฟุตบอลแข่งกันเก้าสิบนาทียิงกันไม่ได้ก็ยังมี ซึ่งการที่แข่งกันแล้วเสมอมันก็เกิดขึ้นได้อยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ซึ่งสิ่งนี้นักกีฬาก็ต้องรับผลมันให้ได้ เพราะอย่างน้อยการที่เราเสมอก็ยังดีกว่าที่เราแพ้

ผลชนะ

ผลชนะเป็นผลที่นักกีฬาทุกคนต้องการเป็นอย่างมาก เพราะนักกีฬาทุกคนที่แข่งกันนั้นมีเป้าหมายอย่างเดียวคือชนะ คนบางคนสามารถทำทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดีเพื่อที่จะให้ตัวเองชนะได้ก็จะทำ ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไรก็ตามแต่มันคือหนทางของเขา แต่การที่นักกีฬาที่ชนะแล้วชอบตอกย้ำนักกีฬาที่แพ้ไม่ควรทำ สิ่งที่ควรทำคือการให้กำลังใจเขาจะดีกว่า เพราะในวันข้างหน้าไม่ว่าเราจะเก่งแค่ไหนเราก็สามารถแพ้ได้เช่นกัน

ไม่ว่าผลการแข่งขันกีฬามันจะเป็นอย่างไรก็ตาม การที่นักกีฬาด้วยกันมีน้ำใจให้กันมันเป็นภาพที่สวยงามมากดูอย่างภาพนักมวยไทยต่อยกันมา 5 ยก พอชกเสร็จต่างคนก็ต่างก้มกราบกัน ซึ่งดูแล้วมันเป็นภาพที่อยากให้ดำรงคู่กับกีฬานี้ตลอดไป

เสน่ห์น่าหลงใหล ของมวยสากลอาชีพ

มวยสากลอาชีพเป็นกีฬาที่ใช้ สมอง กำลัง ความอดทน สมาธิ และไหวพริบ เพราะเป็นกีฬาที่ถ้าพลาดแม้แต่วินาทีเดียวนั้นอาจตัดสินผลแพ้หรือชนะได้เลย มวยสากลอาชีพนั้นจะประกอบไปด้วยคนสองคนมาสู้กันบนเวทีสี่เหลี่ยมโดยมีเชือกกันขอบไม่ให้นักมวยออกนอกบริเวณสี่เหลี่ยมที่กำหนด โดยคนสองคนที่สู้กันต้องใส่นวมทั้งสองข้างน้ำหนักของนวมขึ้นอยู่กับน้ำหนักของรุ่นนั้น โดยคนที่สู้กันใช้ได้แค่หมัดเท่านั้น จะมีกรรมการบนเวทีคอยดูสถานการณ์ว่านักมวยสู้ต่อไหวไหม จะให้สู้ต่อหรือพอแค่นี้ถ้าระหว่างชกกันแล้วไม่สามารถล้มกันได้ พอครบยกก็จะมีผู้ให้คะแนนโดยจะมีกรรมการสามคนนั่งให้คะแนนอยู่ข้างเวที เรื่องคะแนนขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกรรมการทั้งสามท่าน บางทีอาจตัดสินขัดใจเราแต่ผลการตัดสินไม่สามารถแก้ไขได้ แพ้ก็คือแพ้ แต่ถ้าในระหว่างชกกันอยู่เกิดมีแผลใหญ่ขึ้นก็จะมีแพทย์สนามคอยดูอาการว่าควรชกต่อไหม ถ้าบาดแผลดูแล้วน่าจะส่งผลไม่ดีแพทย์ก็สามารถหยุดการชกได้เหมือนกันเนี่ยแหล่ะคือ “มวยสากลอาชีพ”

มวยสากลอาชีพ

พอเสียงระฆังดังขึ้นคนสองคนหันหน้าเข้าหากัน พร้อมที่จะใช้อาวุธที่ตัวเองมีอยู่นั้นก็คือหมัดทั้งสองข้างชกใส่กัน โดยสามารถชกใส่หน้าและท้องได้ห้ามชกใต้เข็มขัด ชกกันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะล้มหรือเสียงระฆังจะดังเมื่อขึ้นมาบนเวทีแล้วเราจะไม่สามารถถอยได้อีกต่อไป เราต้องสู้จนถึงที่สุดแม้จะล้มเราต้องพยายามลุกขึ้นมาให้ได้จนกว่าจะสุดความสามารถของเรา ถึงเราจะล้มมันยังไม่ใช่คำตอบว่าเราจะแพ้ ถ้าเราลุกขึ้นมาแล้วกัดฟันสู้คนที่ล้มอาจไม่ใช่เราก็ได้ นี่แหล่ะที่เรียกว่าหัวใจนักสู้ นอกจากจะใช้กำลังแล้วเราจะต้องใช้สมองวิเคราะห์ด้วยว่าเราควรจะทำอะไร และเราจะมีแรงพอแค่ไหน ใครที่เคยบอกว่ามวยเป็นกีฬาที่ใช้แต่กำลังอย่างเดียวอันนี้ไม่จริง เพราะถ้าเราชกมวยแล้วไม่ใช้สมองเราอาจโดนน็อคตั้งแต่ยกแรกก็ได้

เสน่ห์ของมวยสากลอาชีพ

อาจมีหลายคนที่มองว่ามวยสากลเป็นกีฬาที่น่าเบื่อ กว่าจะน็อคกันได้ก็ยากไม่สนุกเลย แต่สำหรับคอมวยแล้วการที่ได้ดูมวยสากลมันเป็นอะไรที่สนุกมาก เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่น่าดู ที่สำคัญมวยสากลมันใช้หมัดล้มกัน นี่แหล่ะคือเสน่ห์เพราะการที่จะใช้หมัดล้มกันได้นั้นมันยากมาก เพราะจะต้องทำอย่างไรถึงจะต่อยผ่านการ์ดไปได้ต้องต่อยท้องก่อนและพอการ์ดตกคางเปิดก็ต่อยให้เข้าจุดเพื่อที่จะให้เขาล้ม แต่ประเด็นความมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ตรงที่ว่าต่อยต่อยอยู่เขาสวนกลับมาซึ่งผลแพ้ชนะมันเกิดได้ทุกวินาที ยกตัวอย่างเช่น นัดที่ปาเกียวเจอกับมาร์เกวซล่าสุด วันนั้นเกมเป็นของปาเกียวทุกอย่าง ถ้าต่อยครบยกยังไงปาเกียวก็ชนะ แต่ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คือ ก่อนเสียงระฆังจะดังหนึ่งวินาทีมาร์เกวซต่อยโดนหน้าปาเกียวจัง ๆ จนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ทำให้ปาเกียวแพ้ไปในวันนั้น นี่แหล่ะคือเสน่ห์ของมวยสากล เพราะมันไม่เหมือนกับฟุตบอลที่ถูกยิงแล้วก็ยังสามารถกลับมาแก้ตัวได้จนกว่าจะจบเก้าสิบนาที แต่มวยถ้าพลาดแล้วเราอาจไม่ได้ลุกขึ้นมาแก้ตัวได้อีกก็ได้