วิ่งเพื่อรีดไขมันส่วนเกิน ก้าวเล็ก ๆ ที่ผลลัพธ์แสนคุ้มค่า

การวิ่งถือว่าเป็นกีฬาที่ไม่ยุ่งยากในเรื่องของการใช้อุปกรณ์ ใช้เพียงแค่สองขาเท่านั้นเอง ทุกวันนี้กีฬาวิ่งถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในหมู่ผู้รักสุขภาพทั้งหลาย จะเห็นได้จากสวนสาธารณะขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่มีเหล่านักวิ่งหลายรุ่นมารวมตัวกัน ‘การวิ่ง’ ไม่จำกัดอายุหรือเพศ หากใช้ ‘หัวใจ’ นำพาขาทั้งสองข้างก้าวไปข้างหน้าต่างหากล่ะ

แล้วจะวิ่งจ๊อกกิ้งยังไงให้เผาผลาญไขมันส่วนเกินได้มากที่สุด

การวิ่งจ๊อกกิ้งหรือการวิ่งเหยาะ ๆ เป็นการวิ่งเบา ๆ สบาย ๆ ต่างจากการวิ่งมาราธอนที่ใช้ในการแข่งขัน คือเราจะไม่มีเรื่องของเวลามากดดันนั้นเอง หากกำหนดเวลาการวิ่ง ด้วยใจกับความเหมาะสมของร่างกายเราเองมากกว่า ปกติก็อาจจะ 30 นาที หรือ 60 นาที ช่วงแรก ๆ คงต้องสลับด้วยการเดินเร็ว ๆ เพื่อปรับร่างกายให้คุ้นชินเสียก่อน แต่อย่างลืมว่า ก่อนทำการวิ่งจ๊อกกิ้งทุกครั้ง เราควรวอร์มอัพร่างกายให้พร้อมด้วยนะ สำหรับสายเบิร์นคุณรู้หรือไม่ว่าแค่คุณวิ่งเหยาะ ๆ เพียง 30 นาที ในความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง ก็เผาผลาญไขมันได้ถึง 290-365 แคลอรี่ เลยทีเดียว ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพิ่มความมีวินัยให้ตัวเองอีกสักนิดด้วยการวิ่งทุกวัน วันละ 30 นาที เชื่อได้เลยว่า น้ำหนักที่หนักหน่วง ย่อมลดลงอย่างแน่นอน

วิ่งยังไงให้ถูกวิธี เพื่อลดอาการบาดเจ็บเมื่อเกิดข้อผิดพลาด

สำหรับขั้นตอนในการวิ่งจ๊อกกิ้งนั้น ความจริงก็ไม่ได้มีความซับซ้อนเท่าไรหรอก ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของร่างกายของแต่ละคนมากกว่า เรามาดูกันเลยว่า วิธีการง่าย ๆ เพียงไม่กี่ขั้นนี้ มีอะไรบ้าง

ขั้นตอนแรก ข้อนี้ห้ามมองข้ามทีเดียว นั้นคือการวอร์มอัพร่างกายเตรียมพร้อมก่อนออกวิ่งทุกครั้ง พร้อมกับยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ใช้เวลาประมาณ 4-5 นาที

ขั้นตอนที่สอง เมื่อร่างกายอบอุ่นได้ที่ก็เริ่มวิ่งกันเลย ควรให้ส้นเท้าได้สัมผัสพื้นก่อนจะลงน้ำหนักทั้งหมดไปที่ฝ่าเท้า และเมื่อปลายเท้าสัมผัสกับพื้น ก็ดีดตัวไปข้างหน้า ลักษณะคล้ายถีบปลายเท้าไปข้างหลัง

ขั้นตอนที่สาม ฝ่าเท้าที่สัมผัสกับพื้นควรตั้งฉากตรงกับหัวเข่า แผ่นหลังยืดตรงเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็งลำตัวขณะวิ่ง ตาควรมองตรงไปเบื้องหน้า

ขั้นตอนที่สี่ ลำแขนทั้งสองข้างเคลื่อนไหวอย่างเป็นจังหวะและเป็นธรรมชาติ ไม่เกร็งข้อมือและหัวไหล่มากเกินไป

ขั้นตอนที่ห้า รักษาระดับการหายใจเข้าออกให้สม่ำเสมอ ควรหายใจจากช่วงท้อง ไม่หายใจทางปาก

แล้วช่วงเวลาไหนล่ะ ที่เหมาะสำหรับการวิ่งของเรามากที่สุด

หลายคนมักกังวลกับช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย แท้จริงแล้วควรเลือกเวลาสะดวกของตัวเราเองมากกว่า หากเป็นคนชอบตื่นเช้าก็เลือกเวลาเช้าตรู่สำหรับการออกไปวิ่ง ข้อดีคือไม่ร้อน กระตุ้นร่างกายให้กระปรี้กระเปร่าพร้อมรับมือกับวันใหม่

ช่วงเวลาบ่ายก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน คือใช้เวลาวอร์มอัพสั้นกว่า เนื่องจากร่างกายมีการเคลื่อนไหวในกิจกรรมต่าง ๆ มาบ้างแล้ว แต่การออกกำลังในช่วงเวลานี้ ควรควบคุมเรื่องอาหารเที่ยง ที่ไม่ควรเยอะเกินไป

เวลาเย็นหรือค่ำ เป็นเวลายอดนิยมของใครหลายคน เนื่องจากเสร็จภารกิจการงาน ร่างกายได้ผ่อนคลายจากความเครียด การวิ่งจ๊อกกิ้งในช่วงเย็นจึงได้รับความนิยมจากคนทำงานค่อนมาก หลังการวิ่งควรพักอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย

สำหรับกีฬาวิ่งจ๊อกกิ้งนั้นสามารถทำได้โดยง่าย แค่จัดสรรเวลาของตัวเองให้พอดีกับจังหวะชีวิตประจำวัน อย่างน้อยใน 3-4 วันต่อสัปดาห์ ควรพาหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ไปออกกำลังกายเสียบ้าง เพื่อสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีนั้นเอง

โยคะ กีฬาที่จะทำให้คุณก้าวข้าม คำว่าขีดจำกัดของกาลเวลา

เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนปฎิเสธไม่ได้ว่าการมีร่างกายที่แข็งแรง ที่มาพร้อมกับรูปร่างที่ได้สัดส่วนนั้นเป็นสุดยอดปรารถนาของผู้หญิงทุกคนก็ว่าได้ แม้ทุกวันนี้การออกกำลังกายจะมีให้เลือกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิ่ง, ปั่นจักรยาน, ตีเทนนิส หากก็มีกีฬาอีกชนิดหนึ่ง ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิตติดลมบนของกลุ่มสาว ๆ นั่นก็คือ ‘โยคะ’

ศาสตร์และศิลป์ที่ผสานกันได้อย่างลงตัว

การเคลื่อนไหวร่างกายในลักษณะซ้ำ ๆ ใช้กำลังของกายในการขับเคลื่อน เพื่อให้ชีพจรและหัวใจเต้นแรงนั้นคือกีฬา หากสำหรับโยคะแล้ว หัวใจหลักอยู่ที่การยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้สอดคล้องกับลมหายใจ ‘โยคะ’ ถือกำเนิดในประเทศอินเดีย เมื่อหลายพันปีก่อน โดยกลุ่มผู้ชายที่เรียกตัวเองว่า ‘โยคี’ ส่วนผู้หญิงเรียกว่า ‘โยคินี’ ผู้สอนเรียกว่า คุรุหรือครู ประเทศทางตะวันตกได้นำศาสตร์ของโยคะ มาดัดแปลงเป็นการออกกำลังเรียกว่า ‘Hatha-Yoga’ ที่เป็นอีกแขนงหนึ่งของการฝึกโยคะ ที่เน้นความแข็งแรง ความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลังเป็นหลัก การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างแช่มช้า เพื่อให้สอดคล้องกับลมหายใจเข้าออกนั้น เป็นการรวมกายรวมจิต ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

โยคะคือการวอร์มร่างกายก่อนลงสนามจริง

ในปัจจุบันนักกีฬาหลายคนเลือกโยคะเป็นการวอร์มร่างกายของตนเอง ก่อนลงสนามแข่งขันจริง โยคะช่วยทำให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ไม่ติดขัด สร้างความยืดหยุ่นให้ร่างกาย แถมยังลดอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย นอกจากเตรียมความพร้อมของร่างกายแล้ว โยคะยังช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูร่างกายที่เมื่อยล้าได้อีก หลังเกมการแข่งขันอันหนักหน่วง นักกีฬาย่อมอยู่ในภาวะของความกดดันเสมอ ‘ศาสตร์ของโยคะ’ ได้เข้ามาช่วยผ่อนปรนให้ทุกอย่างคลายลง การกำหนดลมหายใจเข้าออกขณะฝึกโยคะนั้น ยังทำให้เกิดสมาธิ ทำให้นักกีฬาลดความวิตกกังวลขณะทำการแข่งขัน เมื่อจิตถูกฝึกให้นิ่ง ย่อมส่งผลให้ควบคุมสถานการณ์ต่อเกมได้ดีอีกด้วย  

สายเบิร์นกับกีฬาโยคะ

ทุกวันนี้โยคะถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองมากขึ้น จะเห็นได้ว่าสถานที่ฝึกโยคะนั้นมีมากมายเสียเหลือเกิน จุดมุ่งหมายของคนฝึกก็แตกต่างกันออกไปอีกด้วย บางคนเล่นเพื่อให้เข้ากับเทรนด์ บางคนเพื่อทำให้ร่างกายลดอาการเจ็บปวดจากโรคออฟฟิศซินโดรม หากก็มีบางคนที่ต้องการเล่นโยคะเพื่อ ‘ลดความอ้วน’ แล้วทำได้จริงหรือ? เรามาดูกันว่ามีเหตุผลข้อไหนบ้าง ที่ทำให้โยคะช่วยสลายไขมันส่วนเกินได้มั่ง

1.ท่างู เป็นท่าที่ช่วยลดไขมันหน้าท้อง กระชับกล้ามเนื้อท้องและหลังได้เป็นอย่างดี

2.ท่าเรือ เป็นท่าลดไขมันหน้าท้องโดยเฉพาะ จากการเกร็งกล้ามเนื้อท้องขณะยกปลายขาทั้งสองข้างขึ้นตั้งฉาก 45 องศา

3.ท่าโลมา ช่วยกระชับต้นแขนให้แข็งแรง ลดอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อแผ่นหลัง

4.ท่าท่อนไม้ เรียกได้ว่าเป็นท่าโยคะที่ใช้พลังแขน ขา ไหล่อย่างมาก จากการนอนคว่ำหน้า เท้าชิดกัน ค่อย ๆ ดันลำตัวขึ้นจากพื้น ให้ตัวขนานกับพื้น ใช้มือและเท้ารับน้ำหนักไว้ทั้งหมด ท่านี้ช่วยกระชับกล้ามเนื้อแขนและขา เป็นอย่างดี

5.ท่าตรีโกณ ช่วยบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ช่วยกระชับน่องไม่ให้หย่อนคล้อยอีกด้วย

จากที่แนะนำมา เป็นเพียงไม่กี่ท่าสำหรับการเล่นโยคะเท่านั้น หากยังมีท่าอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยกระชับกล้ามเนื้อให้เข้าที่ การลดน้ำหนักไม่ใช่ทำได้เพียงแค่ไม่กี่คืน หากต้องอาศัยวินัยในการกินเข้ามาประกอบด้วย แล้วรูปร่างดี ๆ ก็จะเป็นของคุณเอง

การวิ่งระยะทางไกลที่ต้องใช้หัวใจมาราธอนเท่านั้น

เมื่อการวิ่งได้กลายมากีฬายอดฮิตของใครหลายคน กีฬาที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์อื่นใดให้ยุ่งยากเลยสักนิด นอกจากสองขากับรองเท้าผ้าใบคู่ใจ เมื่อเป็นเช่นนั้นทำให้คำว่า ‘วิ่งมาราธอน’ เป็นชื่อที่ใครหลายคนเริ่มได้ยินจนคุ้นหูยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น มินิมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน หรือมาราธอน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักตำนานของ ‘มาราธอน’ เสียก่อนดีกว่า

จุดกำเนิดของคำว่า มาราธอน

คงต้องเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อ 490 ปี ก่อนคริสต์ศักราชโน้นกระมัง ในตอนนั้นเกิดสงครามระหว่างอาณาจักรเปอร์เซียและกรีก เมื่อการศึกครั้งนี้เปอร์เซียเป็นฝ่ายปราชัย ทางกรีกจึงได้ส่งนายทหารชื่อ ‘ฟิดิปปิดีส’ เป็นผู้วิ่งนำข่าวดีจากสนามรบที่เมืองมาราธอนไปสู่กรุงเอเธนส์ ตลอดทางเขาวิ่งแบบไม่ได้หยุดพักเลย เมื่อถึงที่หมายจึงตะโกนคำว่า ‘เราชนะแล้ว’ พร้อมกับลมหายใจสุดท้ายที่สิ้นสุดลง แม้ในช่วงเวลาต่อมาตำนานเล่าขานนี้ จะไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัดมากนัก

เพราะเหตุใดจึงต้องกำหนดเป็น 42.195

จากเรื่องเล่าขานของทหารส่งสารผู้กล้า ‘ฟิดิปปิดีส’ นั้นยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่ได้รับรู้ และเมื่อประเทศกรีกได้ริเริ่มจัดกีฬาโอลิมปิคขึ้นมาในปี ค.ศ.1896 จึงได้นำการวิ่งระยะทาง 40 กิโลเมตร เข้ามาในมหกรรมกีฬาดังกล่าว เพื่อรำลึกถึงฟิดิปปิดีส ตราบจนเวลาผ่านไปอีก 12 ปี โอลิมปิคครั้งที่ 4 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษก็ได้นำกีฬาวิ่งมาราธอนเข้ามาร่วมด้วย แต่เพิ่มระยะทางจาก 40 กิโลเมตรเป็น 42.195 กิโลเมตร เพื่อให้ผู้เข้าเส้นชัย ได้อยู่ตรงหน้าพระพักตร์ของสมเด็จพระราชินีพอดี หลังจากนั้น ก็ยึดถือตัวเลขที่ 42.195กิโลเมตร เป็นบรรทัดฐานสืบมา

วิ่งมาราธอนในประเทศไทย

การวิ่งมาราธอนครั้งแรกในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2528 เรียกกันว่า ‘จอมบึงมาราธอน’ หากครั้งนั้นเป็นการจัดวิ่งแค่ 10 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นมินิมาราธอน ทุกวันนี้หากจะเอ่ยชื่อจอมบึงมาราธอนแล้วล่ะก็ ถือว่าเป็นตำนานของการวิ่งมาราธอนของประเทศไทยไปแล้วล่ะ นักวิ่งหลายคนใฝ่ฝันที่จะนำตัวเองเข้าสู่บรรยากาศนั้น สักครั้งหนึ่งของชีวิต แต่หลังจากจอมบึงมาราธอนสิ้นสุดลง ประเทศไทยก็มีการจัดวิ่งมาราธอนขึ้นอีกครั้งในปี 2530 ครั้งนี้จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ เป็นประเภทมาราธอนเต็มรูปแบบ หรือ 42.195 กิโลเมตร ถือว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยเลยทีเดียว เรียกการแข่งขันในครั้งนั้นว่า ‘วิ่งลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ’ เป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอนระดับนานาชาติ ในปีนั้นมีทั้งคนไทยและต่างชาติ เข้าร่วมงานกันแน่นขนัด เรียกได้ว่าเรือนแสนเลยทีเดียว เป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์การวิ่งของประเทศไทย

ทุกวันนี้กีฬาวิ่งเพื่อสุขภาพ ถือว่าเป็นเทรนด์ที่มาแรงจริง ๆ จะเห็นได้จากสถิติตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกปี หรือแม้แต่การจัดงานวิ่งมาราธอนก็เกิดขึ้นมากมายหลายแห่ง ไม่ว่าจะทั้งภายในประเทศหรือต่างประเทศ อาจเป็นเพราะกีฬาวิ่งนั้นอาศัยแค่หัวใจแกร่ง ๆ ปอดที่แข็งแรง กับรองเท้าผ้าใบคู่เก่ง ก็พาเราไปก้าวสู่ความรู้สึกใหม่ ๆ ของชีวิตได้แล้ว แล้วคุณล่ะ…วันนี้ได้พาหัวใจตัวเองออกไปวิ่งบ้างหรือยัง?  

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะทะลิเวอร์พูล ศึกวันแดงเดือด ใครจะอยู่ใครจะไป มาดูกัน!

เกมแดงเดือดที่เราได้เห็นการแข่งขันของสองทีม ที่มีความเป็นมาอย่างยิ่งใหญ่ อย่างทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พลูในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คงต้องบอกก่อนว่านี่เป็นวันแดงเดือดที่เรียกได้ว่าเป็นการเรียกแรงใจให้กับทีมปีศาจแดงอย่างแท้จริงเพราะในช่วง 3 ฤดูกาลผ่านมา ทีมคู่แค้นอย่างลิเวอร์พลูทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ จนในฤดูกาลล่าสุดแฟนบอลต่างให้ความเห็นกันว่าแดงเดือดฤดูกาลนี้ คงเป็นฤดูกาลที่ลิเวอร์พลูสามารถมาเก็บ 3 แต้ม ในรังเหย้าของปีศาจแดงได้อย่างสบาย ๆ แต่มันกับไม่เป็นอย่างที่คิด

เกมบุกที่ห้าวหาญ หรือเกมรับที่หนักแน่น

เปิดเกมมาทีมปีศาจแดงเดินหน้าเพรสชิ่งในแดนของทีมหงส์แดงอย่างหนัก บีบให้ทีมหงส์แดงเล่นในสไตล์ที่ไม่ใช่ตัวเองมากนัก การขึ้นเกมในแดนของลิเวอร์พลูดูจะอึดอัดและทำได้ไม่เต็มที่ ไม่เหมือนกับทีมลิเวอร์พลูที่เราเห็นจนชินตา ในฤดูกาลนี้ และอาวุธหลักของลิเวอร์พลูอย่างฟลูแบ็คทั้งสองข้าง วันนี้กลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่งเราต้องให้เครดิตกับทัพปีศาจแดง ที่วันนี้เล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในเกมรับด้วยเช่นกัน และอาศัยลูกโต้กลับที่กุนซืออย่างโซลชาชอบใช้เป็นอาวุธให้กับทีมของเขา และวันนี้ก็ยังเป็นอีกวันหนึ่งที่ทัพปีศาจแดงใช้เกมโต้กลับของเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย การโต้กลับจากแดนตัวเองของแดเนียล เจมส์ก่อนจะส่งผ่านปากประตูไปให้มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่งลูกบอลเข้าตาข่ายอย่างสวยงาม

ชัยชนะที่ห้ำหั่นกันไม่ลง หรือ แชมป์นี้มีคู่

ลิเวอร์พลูวันนี้ทำผิดพลาดหรือไม่ ก็ต้องตอบตามตรง ๆ ว่าทัพหงส์แดงไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลย แต่เขาไม่สามารถเล่นในจังหวะเกมของตัวเองได้ อาจจะเพราะด้วยบรรยากาศที่กดดันของบรรดาเหล่าแฟนบอลปีศาจแดง ที่ส่งเสียงตะโกนเชียร์ตลอด 90 นาทีของการฟาดฟัน การขาดหายไปของสตาร์ดังอย่างโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต้องยอมรับว่าส่งผลต่อเกมรุกของลิเวอร์พลูอย่างมาก เพราะในเกมที่มีการกดดันของทีมรับฝ่ายตรงข้าม ซาลาห์สามารถสร้างความแตกต่างได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศึกแดงเดือนวันนี้ การขาดหายไปของ ซาลาห์ นับว่าเป็นการขาดอาวุธสำคัญของทัพหงส์แดงเลยก็ว่าได้ แต่สุดท้ายด้วยไหวพริบที่ดีของสุดยอดโค้ชอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ในการปรับเปลี่ยนแทคติกในช่วงกลางครึ่งหลังอย่างการส่ง ลาลาน่า มาแทนกัปตันอย่าง เฮนเดอร์สัน ที่วันนี้โชว์ฟอร์มเก่งไม่ออกตลอดเกือบ 90 นาที กองทัพปีศาจแดงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมาโดยตลอด แต่ต้องชมความยอดเยี่ยมของกองทัพหงส์แดงด้วยเช่นกัน ที่ไม่ย่อท้อในตราบจนเกมสุดท้ายสิ้นสุดลง ด้วยสกอร์ 1-1 ซึ่งเป็นวันแดงเดือดที่มีการเดิมพันสูงอีกเกมหนึ่งเช่นกัน สำหรับในปีนี้ทำให้เราเห็นว่าต่อให้อีกทีมหนึ่งจะแย่หรือจะดีต่างกันแค่ไหน แต่เมื่อ 2 ทีมนี้มาเจอกันในศึกแดงเดือด ไม่มีคำว่าง่ายต่อพวกเขาทั้งสองทีมแน่ ๆ

ดาวรุ่งแห่งวงการฟุตบอลที่น่าจับตามองมากที่สุด ในปี 2020

ในแต่ละฤดูกาลจะมีดาวรุ่งหลายคนได้แจ้งเกิดอย่างมากมาย เช่นในฤดูกาลก่อน คู่หูของทีมอาแจ็ก อามเตอร์ดัมอย่าง มัตไตจ์ส เดอ ลิกท์ และแฟร้งกี้ เดอ ยอง ก็เป็นสองตัวอย่างดาวรุ่ง ที่ทำผลงานได้โดดเด่น และที่จับตามองอย่างมากของวงการฟุตบอล เรามาดูกันว่าฤดูกาล 2019-2020 ที่จะถึงนี้ จะมีนักเตะดาวรุ่งคนไหนที่น่าจับตามองกันอีกบ้าง

มัตเตโอ เกนดูซี่

จากอดีตลูกรักของโค้ชอย่างอูไน เอเมรี่ ปัจจุบันได้สถาปนาตัวเองเป็น 1 ในดาวรุ่งที่แฟนอาร์เซนอลต่างให้การยอมรับด้วยผลงานในสนามที่เจ้าตัวเป็นคนสู้ไม่ถอย และพยายามสร้างผลงานให้กับทีมมากกว่าที่จะสร้างผลงานให้ตัวเอง ด้วยสไตล์การเล่นแบบลุยแหลก ไม่ยอมแพ้คู่ต่อสู้คนไหนเลย ทำให้ได้ใจแฟนอาร์เซนอลเป็นอย่างมาก สถิติส่วนตัวบางอย่างก็ทำได้ดีกว่ารุ่นพี่กัปตันทีมอย่างกรานิส ชาก้าด้วยซ้ำ และนี่เป็นเหตุผลที่ทำไมนักเตะคนนี้ ถึงน่าจับตามองในฤดูกาล 2019-2020

ไค ฮาแวร์ทซ์

จอมทัพของทีมนายห้างขายยาไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่ฉายแววขึ้นมาเมื่อในฤดูกาลก่อน และด้วยผลงานที่เรียกได้ว่า แทบจะแบกทีมเอาไว้ทั้งทีมเลยก็ว่าได้ ดาวรุ่งวัย 20 ปี คนนี้ ถูกจับตามองจากสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป และเจ้าพ่อแห่งเยอรมันอย่างบาเยิร์น มิวนิค ก็เป็น 1 ในทีมเหล่านั้น ที่ให้ความสนใจเขาอย่างมาก แต่ถึงยังไงก็ต้องมารอดูกันว่า ในฤดูกาลนี้เขาจะสามารถทำผลงาน ระดับสุดยอดได้อีกครั้งหรือไม่ แต่อีกไม่ช้านักเตะอย่าง ไค ฮาแวร์ทซ์ คงต้องย้ายไปอยู่ระดับที่สูงกว่าอย่างแน่นอน

จอร์แดน ซานโช่

ไม่มีข้อครหากับผลงานของปีกดาวรุ่งของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อดีตเด็กปั้นแมนซิคนนี้ ย้ายเข้ามา ดอร์ทมุนด์ ปีแรก ก็สามารถสร้างผลงานให้ระดับสุดยอด เลยก็ว่าได้ ทดแทนการขาดหายไปของ เด็มเบเล่ ได้อย่างที่แฟนบอล ดอร์ทมุนด์ ยิ้มเลยทีเดียว เพราะเขาเล่นได้เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยสถิติการยิงประตู หรือจ่ายบอลให้เพื่อนเพื่อทำประตู ทุกอย่างฟ้องอยู่แล้วว่าเขาสุดยอดแค่ไหน แต่ล่าสุดมีข่าวออกมาว่าเจ้าตัวเริ่มมีปัญหาเรื่องวินัยนอกสนาม จากข่าวล่าสุดที่มาซ้อมสายจนโค้ชต้องดรอปเขาไปในเกมล่าสุด นี่อาจจะเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่เราต้องจับตามอง ว่าเขาจะเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลโกเด้น บอย ว่าจะรักษาฟอร์มการเล่นระดับสุดยอดของเขาต่อไปได้หรือไม่

แดเนียล เจมส์

ปีกดาวรุ่งทีมชาติเวลส์ ที่ทัพปีศาจแดงพึ่งคว้าตัวมาล่าสุด ในตอนแรกทุกคนคิดว่าคงมาแค่สอดแทรกกับรุ่นพี่อย่างมาซิอาล แต่ปรากฏว่าปีกรุ่นพี่ทีมชาติฝรั่งเศสได้รับบาดเจ็บพักไปหลายเดือน ตอนนี้ดาวรุ่งทีมชาติเวลส์ เลยต้องรับหน้าที่ในการยืนปีกซ้ายเป็นตัวหลัก ให้กับทีมของปีศาจแดง แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟน ๆ ผิดหวัง เพราะด้วยความเร็วที่หาตัวจับได้ยากของเขานั้น ช่วยให้แนวรุกของปีศาจแดง ดูมีสีสันขึ้นมากในฤดูกาลนี้ ถึงแม้ผลงานของทีมโดยรวมจะยังดูแย่ แต่ผลงานส่วนตัวของเขานั้นไม่ได้แย่ แต่กลับทำได้ดีเลยทีเดียว หากด้วยพรีเมียร์ลีค เป็นลีคที่มีการปะทะอย่างหนักบางครั้ง เราจะเห็นว่าเจ้าตัวลงไปนอนกับพื้นสนามอยู่บ่อยครั้ง ถึงแม้เจ้าตัวจะเคยเล่นในระดับแชมป์เบี้ยนซิพมาก่อนแล้วก็ตาม แต่ก็อดลุ้นไม่ได้ว่าปีกหนุ่มทีมชาติเวลส์จะทนการเล่นในระดับสูงได้หรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไป

ดาวรุ่งที่หยิบยกขึ้นมานั้น ส่วนมากเป็นหนึ่งในอีกหลาย ๆ คน ที่เราควรจับตามอง และพวกเขามีประเด็นบางอย่างที่น่าสนใจเป็นพิเศษ แต่ก็อย่างลืมว่าในวงการมีดาวรุ่งที่มากพรสวรรค์อีกหลายคน ที่พร้อมจะแจ้งเกิดในปีนี้ สำหรับที่ยกตัวอย่างมานั้น เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เรามาลุ้นกันว่าในปีนี้จะมีนักเตะดาวรุ่งคนไหนแจ้งเกิดที่พร้อมจะมาเทียบรัศมีของโคตรดาวรุ่งอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้หรือไม่

เส้นทางปั่นสู่ความฝัน ชัยชนะ และจักรยานพาไปหัว ใจนำทาง

หากเมื่อนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่เป็นเด็กแล้วล่ะก็ หลายคนมักนึกถึงกลุ่มก๊วนเพื่อนร่วมปั่นจักรยานเล่น โดยเฉพาะแก๊งบีเอ็มเอ็กซ์คันจิ๋วแต่แล่นชิลกว่าใครนั้น สร้างความสนุกสนานและความทรงจำในช่วงเวลานั้นได้ดีทีเดียว แต่ใครจะรู้ว่า ‘จักรยาน’ ไม่ได้เป็นแค่อุปกรณ์รวมกลุ่มเพื่อนเท่านั้น หากยังเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งด้วย ในปัจจุบันจักรยานนับว่าเป็นกีฬาที่คนนิยมเป็นอันดับต้นๆเสียด้วย

‘จักรยาน’ ถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในทวีปยุโรป ช่วงศตวรรษที่ 19 และถูกพัฒนาต่อยอดจนมาเป็นต้นแบบของจักรยานในยุคปัจจุบันโดยชาวเยอรมันชื่อ Baron Kari Von Drais จะเห็นได้ว่า รูปร่างหน้าตาพื้นฐานของจักรยานในอดีตกับปัจจุบันนั้นไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนัก จะมีก็เพียงวิศวกรรมด้านวัสดุที่ใช้ทำตัวจักรยาน ที่ได้พัฒนาไปมากเหลือเกิน จักรยานเป็นยานพาหนะสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังขาและการทรงตัว ในอดีตเราใช้จักรยานในการขนส่ง หากในเวลาต่อมาเราใช้จักรยานเพื่อการพักผ่อนมากขึ้น รวมถึงใช้ในการกีฬาอีกด้วย

จักรยานที่ใช้สำหรับแข่งขันในปัจจุบันมีกี่ประเภท

โร้ด ไซค์ลิ่ง หรือจักรยานถนน เป็นการแข่งขันจักรยานทางเรียบ ที่ขึ้นชื่อที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะรายการ ตูร์เดอฟร็องส์ ของประเทศฝรั่งเศส

จักรยานลู่ จัดแข่งภายในเวลโลโดรม เน้นความแข่งแกร่ง ชิงไหวชิงพริบระหว่างการแข่งขันมากทีเดียว มีทั้งแบบแข่งความเร็ว และความทนทาน

ไซโครครอส นักกีฬาขาลุย ตะลุยได้ทั้ง ฝุ่น โคลน หิน ทราย ใช้พละกำลังที่แข็งแรงสุดๆ

เมาเทนไบค์  นักแข่งต้องมีทักษะและความพร้อมของร่างกาย ที่จะฟันฝ่าอุปสรรคในสนามได้ ทั้งทางลาดชันลงเขา พื้นผิวของสนามที่มีชัยภูมิที่แตกต่างกัน  

บีเอ็มเอ็กซ์ หรือ จักรยานวิบาก เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ผู้แข่งขันต้องมีทักษะในการปั่นที่ชำนาญ เพราะต้องฝ่าฟัน เนินสูง โค้งอันตราย และทำความเร็วให้ได้ด้วย

จักรยานไทรอัล คือการปั่นจักรยานข้ามเครื่องกีดขวาง

จักรยานลีลา หรืออินเดอร์ ไซค์ลิ่ง คือการปั่นจักรยานที่เน้นโชว์ลีลาท่าทางพร้อมเพลงประกอบ ส่วนใหญ่ผู้แข่งขันจะมีครั้งละ 2 คน

พาราไซค์ลิ่ง คือการแข่งขันจักรยานสำหรับผู้พิการ ใช้มือปั่นแทนขา

ประเทศไทยกับการแข่งขันจักรยานนั้นได้เริ่มต้นอย่างไร

ในปี พ.ศ 2502 มีการจัดแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 1 ขึ้นที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ ได้นำการแข่งขันจักรยานเข้ามาร่วมด้วย แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อ มีหน่วยงานที่เป็นสมาชิกของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ เข้ามาดำเนินการ ประเทศไทยจึงได้จัดตั้งสมาคมจักรยานขึ้นนับตั้งแต่ตอนนั้น และในปัจจุบัน สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทย ก็มีบทบาทสำคัญในการจัดการแข่งขันกีฬาจักรยานทุกประเภท

นอกจากจักรยานจะเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งแล้ว ในปัจจุบันคนยังนิยมนำจักรยานมาเป็นเครื่องออกกำลังกายอีกด้วย จะเห็นได้ว่าสนามสำหรับปั่นจักรยานนั้นผุดขึ้นมาหลายที่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ทั้งนี้ก็เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ชีวิตคนเมือง ที่หันมาใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองมากขึ้น ลองหาเวลาว่าง เลือกสนามที่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก แล้วพาจักรยานคู่ใจปั่นเพื่อสุขภาพกันเถอะ

ปืนใหญ่อาร์เซนอลกับเส้นทางมรณะ ที่จะนำพาดำดิ่งสู่แหวในอนาคต

เกมวันจันทร์ของทีมปืนใหญ่อาร์เซนอล ที่เจอกับทัพดาบคู่เป็นสัญญาณบ่งบอกบางอย่างได้ชัดเจนอย่างมากว่า อาเซนอลกำลังถอยหลังลงคลองไปเรื่อย ๆ ด้วยการคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ ที่นับวันสไตล์การส่งบอลที่สวยงามของทัพปืนใหญ่ได้จางหายไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เขามาคุมทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมวันจันทร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นได้ชัดเจนเลยกว่า อีโก้ของกุนซืออย่างอูไน เอเมรี่ ที่ดรอปจอมทัพเบอร์ 10 เพียงคนเดียวของเขาในฤดูกาลนี้ ส่งผลอย่างไรตั่งแต่ฤดูกาลที่แล้ว อาร์เซนอลมีสถิติสร้างสรรค์โอกาสการเข้าทำลดลงอย่างน่าใจหาย แต่ที่อาร์เซนอลยังสามารถยิงประตูได้ เพราะกองหน้าของพวกเขาอย่าง โอบาเมยอง ที่เรียกได้ว่าช่วยกันแบกกับ ลากาแซต เลยก็ว่าได้ เพราะทั้งคู่มีสถิติการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตูที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โอบาเมยอง กดไปถึง 20 ประตูในฤดูกาลล่าสุด

ความเบื่อหน่ายที่คืบคลานเข้ามาใกล้

อาร์เซนอลในยุคของ อูไน เอเมรี่เรียกได้ว่าการเข้าทำประตูไม่มีความหลากหลาย ด้วยแทกติกหรือการจัดตัวผู้เล่นที่งง ๆ จนแฟนปืนใหญ่หลายคน เริ่มตั้งคำถามในตัวเขาว่า เขาจะใช่โค้ชที่ตามหาหรือไม่ จากเม็ดเงินมหาศาลที่อูไนใช้ไปในฤดูกาลล่าสุด แต่ผลงานกลับสวนทางกัน ถึงแม้จะทำคะแนนอยู่ในโซน 6 อันดับแรก แต่สไตล์การเล่นของอาร์เซนอลเริ่มไม่มีความชัดเจนเลยด้วยซ้ำ ทั้งการที่ไม่ยอมส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสักที อย่างการดรอป เมซุต โอซิล ไว้หรือไม่ยอมให้นักเตะใหม่ได้ลงสนามสักครั้ง อย่าง คีแลน เทียร์นี ที่ทำผลงานดีกว่าแบ็คซ้ายตัวเก่าอย่าง โคลาซินัซ หรือนี่จะเป็นการเปลี่ยนถ่ายอาร์เซนอลเข้าสู่การเป็นทีมกลางตารางอย่างเต็มตัว ภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ กันแน่

การจะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ อูไน เอเมรี่ กับทัพปืนใหญ่นั้น ยังพอมีความหวังอยู่เช่นกันโดยปกติแล้วอูไน เอเมรี่ เป็นกุนซือที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก ซึ่งนักเตะอาร์เซนอลในตอนนี้ ก็เอื้ออำนวยอย่างมาก แต่ข้อสำคัญเลยคือเขาต้องมีนักเตะเบอร์ 10 อยู่ในสนาม เพื่อที่ปีกค่าตัวแพงอย่าง เปเป้ จะได้มีอิสระในเกมรุก เพราะทุกวันนี้ เปเป้ ต้องลงมาล้วงบอลจากแดนตัวเองหลายต่อหลายครั้ง แล้วต้องหันหลังให้กับปากประตูอยู่เป็นประจำ แต่อูไนพยามแก้ปัญหานี้โดยการส่ง เซบายอส ลงมาแทนการขาดหายไปของ เมซุต โอซิล แต่นั้นก็ยังไม่พอ เพราะนักเตะในทีมตอนนี้ ต้องยอมรับมีเพียงแค่ เกวนดูซี่ และ เซบายอส เท่านั้นที่สามารถสร้างสรรค์จังหวะเกมได้ แต่ เมซุต จะช่วยเติมเต็มวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลให้แก่อาร์เซนอลเพียงแต่ อูไน จะยอมลดอีโก้ของตัวเองลงหรือไม่ ก่อนที่ปืนใหญ่อาร์เซนอลของแฟนบอลจะถอยหลังไปมากกว่านี้

มอเตอร์สปอร์ตกับสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

นับเป็นปีที่สองแล้วสำหรับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ได้จัดการแข่งขันประชันความเร็วระดับโลกของสิงห์นักบิดระดับเวิลด์คลาส ในชื่อรายการ ‘พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2019’ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ปีนี้จำนวนผู้เข้าชมมากถึง 226,655 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึงสี่พันกว่าคน นับเป็นการเริ่มต้นที่งดงาม สำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย

การลงทุนที่คุ้มค่า

การลงทุนกับกีฬาระดับโลกมักใช้เม็ดเงินลงทุนมหาศาล เฉกเช่นนโยบายของคุณเนวิน ชินชอบ ที่ต้องการสร้างเมืองบุรีรัมย์ให้กลายเป็นเมืองกีฬามาตรฐานโลก บุรีรัมย์ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หรือ ช้าง อินเตอร์เตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการของเบียร์ช้างจึงถือกำเนิดขึ้นมา สนามแห่งนี้ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติ สำหรับการจัดแข่งขันรถสูตรหนึ่ง (ฟอร์มูลาวัน) และรถจักรยานยนต์ที่เรียกกันว่าโมโตจีพีอย่างเป็นทางการ ในเดือน ตุลาคม ปี 2561 สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตจึงได้มีโอกาสต้อนรับการแข่งขันโมโตจีพี ฤดูกาล 2018 ซึ่งเป็นสนามที่ 15 จากจำนวน 19 สนามแข่งทั่วโลก การจัดแข่งขันโมโตจีพีครั้งนี้ ถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ในครั้งนี้ทางสนามช้างได้มีการเซ็นสัญญากับบริษัท คอร์น่า สปอร์ต เป็นระยะ 3 ปีด้วยกัน

สำหรับแชมป์เจ้าความเร็วคนแรก ที่ได้ฉลองชัยชนะสมัยที่ 8 ของตัวเองในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็คือ มาร์ค มาร์เกซ สิงห์นักบิดจากสเปน ภาพความสำเร็จเหล่านั้นได้ถูกถ่ายทอดให้คนทั่วโลกได้รับรู้ถึง 800 ล้านคน ถือว่าเป็นการโปรโมทสนามประลองความเร็วที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อย

รัฐบาลต้องเข้ามาเกื้อหนุน

ลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระดับเวิลด์คลาสอย่างโมโตจีพี การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบนั้น ใช้เงินลงทุนที่สูงถึง 400 ล้านบาท สำหรับระยะ 3 ปีที่ครอบครองลิขสิทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนั้นทางการกีฬาแห่งประเทศไทยจึงยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ โดยเป็นตัวกลางหารือกับรัฐบาล ภายหลังได้เปิดเผยว่าหลังจากเจรจากับ ‘ดอร์น่า สปอร์ต’ เจ้าของลิขสิทธิ์โมโตจีพีรัฐบาลก็เปิดไฟเขียวให้ดำเนินการได้ โดยเงินลงทุนในค่าลิขสิทธิ์นั้นแบ่งออกเป็นสองส่วน คือภาครัฐ 100 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นของภาคเอกชน สัญญาลิขสิทธิ์เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่ปี 2018-2020 หากจะมองถึงความคุ้มค่าในการลงทุนครั้งนี้ล่ะก็ ถือว่าไม่สูญเปล่าอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการแข่งขันระดับโลกที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย หลายคนที่เป็นแฟนกีฬาความเร็ว น่าจะทราบดีว่าถ้าจะดูการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบแล้วล่ะก็ คงต้องเดินทางไปถึงมาเลเซียหรือญี่ปุ่น แต่ถ้ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทยละ ‘ไม่น่าพลาด’  

นอกจากมองในแง่ของกีฬามอเตอร์สปอร์ต ที่ได้ใจคอความเร็วแล้ว ยังส่งผลถึงการท่องเที่ยวของประเทศอีกด้วย เพราะการแข่งโมโตจีพีใช้เวลาหลายวัน เมื่อจบเกมนักท่องเที่ยวย่อมวางแผนเที่ยวที่อื่นพ่วงเข้ามาด้วย ส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและระดับประเทศอย่างแน่นอน

ความสำเร็จของนักกีฬาอาชีพ

นักกีฬาอาชีพ คือ นักกีฬาที่เล่นกีฬาเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูและยังชีพของตัวเองและครอบครัวหรือพูดง่าย ๆ ก็คือ “คนที่เล่นกีฬาเป็นอาชีพ” โดยสมัยนี้เริ่มเป็นที่นิยมของคนมากมายเพราะว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ค่อยข้างดี ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้คนบนโลกจึงหันมาเล่นกีฬากันมากขึ้น เพราะคนทุกคนหวังที่จะเป็น “นักกีฬาอาชีพ”

สิ่งที่นักกีฬาควรมี

ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอะไรก็ตาม ในการเริ่มเล่นกีฬาของแต่ละคนนั้นอย่างแรกที่เกิดขึ้นเลยคือความรักและความสนใจในกีฬานั้น พอเรามีความรักและความสนใจแล้วก็จะทำให้เราอยากจะเล่นมัน พอเราเล่นมันแล้วถ้าเรารู้สึกดีเราก็จะไปต่อ แต่ถ้ารู้สึกไม่โอเคเราก็ต้องหยุด เพราะบางคนมีความชอบในกีฬาชนิดนี้แต่เล่นไม่เก่ง ผลสุดท้ายก็มาเลือกที่จะเชียร์ดีกว่า

ส่วนคนที่เล่นดีเล่นเก่งก็ต้องพยายามฝึกฝนตัวเองให้เก่งขึ้นเพื่อจะได้เอาดีทางด้านนี้ เพราะถ้าเราสามารถเป็นนักกีฬาอาชีพได้แล้วเราก็จะมีรายได้เป็นของเราเอง ซึ่งมันจะดีมากเพราะเราได้ทำในสิ่งที่เรารักแล้วยังได้เงินอีก ทั้งหมดนี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเราไม่มีความพยายามและความมุ่งมั่น

ส่วนนักกีฬาที่มีความพยายามและความมุ่งมั่นนั้นจะประสบผลสำเร็จกันทุกคนดูอย่าง โรนัลโด้ หรือ CR7 ที่เรารู้จักกัน คือตอนเด็ก ๆ เขาเป็นโรคหัวใจพ่อแม่ห้ามไม่ให้เล่นบอล แต่เขาก็พยายามที่จะเล่นมันอย่างไม่ย่อท้อและมุ่งมั่นที่จะทำมันให้สำเร็จ จนตอนนี้เขาได้ประสบความสำเร็จไปแล้ว แต่ไม่ใช่แค่ความพยายามและมุ่งมั่นเท่านั้นที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จเพราะยังมีอีกอย่างที่สำคัญมากและนักกีฬาทุกคนก็ต้องให้ความสำคัญเหมือนกัน คือการซ้อม เพราะการซ้อมเป็นหัวใจหลักของนักกีฬาเลย ไม่ว่าคุณจะเก่งมาจากไหนแต่ถ้าคุณเป็นนักกีฬาแต่ไม่ขยันซ้อมอย่างไงคุณก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

การซ้อมสำคัญกับนักกีฬาอย่างไง

คุณเคยได้ยินคำว่า อ่อนซ้อมไปหน่อยไหม คำนี้จะใช้กับนักกีฬาที่เล่นไม่ค่อยดี เพราะส่วนมากนักกีฬาที่เล่นไม่ค่อยดีนั้นจะไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการซ้อมซักเท่าไร ซึ่งการซ้อมถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับนักกีฬาทุกคน การซ้อมสำคัญอย่างไรนั้น ก็คือ เคยมีนักมวยคนหนึ่งที่ต่อยคู่ชกน็อคแต่ให้สัมภาษณ์หมัดนี้ได้มาจากการซ้อมของผม ก็คือมันต่อยไปด้วยความรู้สึกคือร่างกายมันต่อยออกไปเองอย่างที่เคยซ้อมมา เพราะการที่เราได้ทำอะไรซ้ำ ๆ และบ่อย ๆ ร่างกายเราจะจดจำ และพอถึงเวลาแข่งจริงมันจะต่อยไปอย่างอัตโนมัติ คุณลองดูคนที่ไม่ใช่นักมวยไปต่อยช่วงท่าทางมันจะออกไม่สวยเหมือนกับนักมวยจริง หรือไม่ก็ นักบอลที่เก่ง ๆ อยู่แล้วถึงแม้เขาจะเล่นเก่งแล้วก็ตามเขาก็ยังพยายามซ้อมให้มันเก่งขึ้น อย่าง เมสซี่ที่ยิงฟรีคิกเก่งเพราะอะไร เพราะเขาซ้อมยิงมาเป็นหมื่นเป็นพันลูกแล้วเขาถึงทำได้ขนาดนี้ซึ่งนักกีฬาที่ดีไม่ควรละเลยการซ้อมเป็นอันขาด

และสิ่งที่สำคัญในเวลาที่กำลังแข่งขันอยู่นั้นก็คือสมาธิและความตั้งใจไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรเราต้องทำมันให้ดีที่สุดจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง ถึงผลจะแพ้แต่เราก็ไม่เสียใจ เพราะเราได้ทำมันอย่างเต็มที่แล้ว

เมสซี่ หนึ่งในสุดยอดนักเตะที่โลกเคยมีมา

ถ้าจะให้กล่าวมีใครบ้างที่ไม่รู้จัก “เมสซี่” ก็คงไม่มี เพราะเมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคของเขา แต่ก็มีหลายคนตั้งคำถามว่าระหว่าง “เมสซี่” กับ “โรนัลโด้” ใครคือเบอร์หนึ่งในวงการฟุตบอลกันแน่ ซึ่งในวันนี้จะพาคุณมารู้จักกับเมสซี่กันก่อนดีกว่าก่อนจะตั้งคำถามว่าใครคือเบอร์หนึ่ง

เมสซี่เป็นนักฟุตบอลที่ถนัดเท้าซ้าย เกิดที่อาร์เจนติน่า ปัจจุบันเป็นนักเตะในสังกัดบาร์เซโลน่า สวมเสื้อเบอร์ 10 อยู่ในตำแหน่งกองหน้า ซึ่งในการลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่าเมสซี่ก็มีส่วนร่วมที่ทำให้ทีมบาร์ซ่าได้แชมป์รายการต่าง ๆ มากมาย เมสซี่เริ่มเล่นบอลให้กับบาร์ซ่าซึ่งเป็นทีมแรกที่เมสซี่ร่วมทีม จนปัจจุบันเมสซี่ก็ยังไม่ได้ย้ายเป็นเล่นให้กับทีมอื่นซึ่งเขาก็คงมีเหตุผลส่วนตัวของเขาที่ไม่ย้าย อาจเป็นเพราะตอบแทนพระคุณที่บาร์ซ่าช่วยรักษาเขามาในตอนเด็ก เพราะถ้าตอนนั้นบาร์ซ่าไม่มารักษา พวกเราก็อาจไม่รู้จักเมสซี่ก็ได้

เมสซี่เป็นนักฟุตบอลตัวเล็กแต่วิ่งไว เวลาเลี้ยงบอลก็เลี้ยงได้ดี ควบคุมบอลดียิงได้ทุกรูปแบบ ถ้าเจอกันตัวต่อตัวคงเอาไม่อยู่นอกจากเตะให้เมสซี่ล้มซ่ะจะได้ไปต่อไม่ได้ ถึงจะเอาอยู่แต่ก็เสี่ยงที่จะโดนใบเหลืองหรือแดง เมสซี่มีแนวทางการเล่นบอลที่ต่างจากนักเตะอื่น ก็คือไม่จำเป็นต้องยิงเอง ให้คนที่มีโอกาสที่จะทำประตูได้มากกว่ายิงดีกว่า เพราะการที่ทำให้ทีมได้ประตูมันคือเป้าหมายของเขา ยกตัวอย่างเช่น มีอยู่นัดหนึ่งที่ทีมบาร์ซ่าได้จุดโทษและเมสซี่เป็นผู้ได้รับบทให้ยิงจุดโทษ ซึ่งการยิงจุดโทษมีเปอร์เซ็นต์เข้าห้าสิบเปอร์เซ็นต์แต่เมสซี่ทำการเพิ่มเปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าให้เป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ โดยการนัดกับเพื่อนว่าจะเตะให้และนายต้องวิ่งเข้ามายิง ซึ่งถ้าทำอย่างนี้คนที่จะวิ่งเข้ามายิงจะเห็นแล้วว่าประตูมันพุ่งไปทางไหนเราก็แค่วิ่งมายิงให้มันตรงข้ามกับมุมที่ประตูมันพุ่งไปก็จบ

และอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์คือคนที่วิ่งมายิง ยิงออกนอกกรอบซึ่งมันก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งการยิงจุดโทษจะมีนักบอลสักกี่คนที่ทำอย่างนี้เพราะไม่ว่าใครก็อยากจะเป็นผู้ทำประตูกันซะมากกว่า ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ทำให้รู้เลยว่าเมสซี่ไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองแต่เมสซี่เล่นเพื่อทีมบาร์ซ่าและเขาก็มองถึงส่วนร่วมมากกว่าตัวเองเพราะในแต่ละนัดถ้าเมสซี่ทำประตูได้ก็จะมีเงินโบนัสในการทำประตูให้อีกแต่เมสซี่ไม่เลือกเงินแต่เขาเลือกผลประโยชน์ของทีมมากกว่า

หลายคนคงตั้งคำถามว่าเมสซี่เก่งขนาดนี้ทำไมไม่เคยพาทีมชาติได้แชมป์สักรายการหนึ่งเลย ซึ่งคำตอบนี้มันก็คือในโลกของฟุตบอลคนคนหนึ่งไม่สามารถแบกทีมไว้ได้หรอก มันต้องพึ่งเพื่อนร่วมทีมและโค้ชที่ดีมันถึงจะพาทีมชนะไปได้ ถ้าจะให้พูดและถามว่าใครเป็นนักบอลในฝันของคุณคำตอบสั้น ๆ เลยคือ “เมสซี่”